เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่ นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน เดินทางมาลงบันทึกประจำวัน เพื่อชี้แจงและขอให้ดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ข้อมูลที่พาดพิงว่ามีความใกล้ชิดกับบุคคลที่ถูกอ้างถึงในปฏิบัติการทลายบ่อนพนันกลางเมืองเชียงใหม่
ยืนยันไม่รู้จัก-ไม่เคยเป็นทีมงาน
ส.ส.พลอยยืนยันต่อพนักงานสอบสวนว่า ข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊กในเพจสองเพจที่ระบุว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดหรือร่วมงานกับ “สท.ก้อง” นั้นไม่เป็นความจริง และตนไม่ได้เป็นทีมงานของบุคคลดังกล่าว การพบปะที่ปรากฏในงานสาธารณะเป็นการทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎรตามปกติ จึงขอให้บันทึกข้อเท็จจริงเป็นหลักฐานไว้ และหากมีการขยายความใด ๆ ที่เกินความจริง จะนำเรื่องไปดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามกฎหมายต่อไป
ตั้งคำถามต่อการทำงานของฝ่ายปกครอง-ตำรวจ
นอกจากการปกป้องชื่อเสียงส่วนตัวแล้ว ส.ส.พลอยได้ชี้ว่า ประเด็นที่สังคมต้องให้ความสำคัญยิ่งกว่า คือการตรวจสอบการทลายบ่อนพนันเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นปฏิบัติการของชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง โดยเจ้าหน้าที่จับกุมผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 คน และยึดเงินสดพร้อมชิปจำนวนรวมกว่า 1.57 ล้านบาท
ส.ส.พลอยตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินการในพื้นที่ท้องที่ต่างกันว่า มีการจับกุมบ่อนที่อยู่ในอำนาจของ สภ.ช้างเผือก และ สภ.เมืองเชียงใหม่ แต่เกิดคำสั่งให้ย้ายผู้กำกับการของ สภ.ช้างเผือก ไปปฏิบัติหน้าที่ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่เพียงคนเดียว โดยไม่ได้มีการย้ายผู้บังคับบัญชาใน สภ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรได้รับการตรวจสอบต่อไป
เรียกร้องให้ขยายผลถึงนอมินี-นายทุน
นางสาวเพชรรัตน์เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนเชิงลึกถึงต้นตอของการเปิดบ่อน ทั้งในแง่โครงสร้างการบริหารจัดการและเครือข่ายทางการเงิน เพื่อให้สามารถติดตามตัวนอมินีและนายทุนที่อาจเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากการลักลอบดำเนินกิจการดังกล่าว
“การกล่าวอ้างเชื่อมโยงโดยไม่ยืนบนหลักฐานเป็นการทำลายชื่อเสียง และยังทำให้ประเด็นการปราบปรามมีความคลาดเคลื่อนจากการสืบสวนหาต้นตอที่แท้จริง”
รายละเอียดการทลายบ่อนและคำถามที่ยังรอคำตอบ
จากข้อมูลการทลายบ่อนเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2569 ปฏิบัติการดังกล่าวสามารถจับกุมผู้จัดและนักพนันได้รวมกว่า 100 ราย และยึดเงินสดกับชิปมูลค่ารวมกว่า 1.57 ล้านบาท โดยบ่อนที่ถูกปิดคือ บ่อนภัทรวัลย์ ย่านสันติธรรม และ บ่อนศรีปิงเมือง ย่านหายยา ซึ่งมีการเปิดให้บริการต่อเนื่องหลายปี และพบเอกสารบัญชีย้อนหลังไปถึง พ.ศ. 2565
- จำนวนผู้ถูกจับกุม: มากกว่า 100 คน
- ของกลางที่ตรวจยึด: เงินสดและชิปมูลค่ารวมกว่า 1.57 ล้านบาท
- สถานที่ที่เกี่ยวข้อง: ย่านสันติธรรมและย่านหายยา
คำถามที่ยังเปิดอยู่คือเหตุใดบ่อนขนาดใหญ่ที่เปิดมานาน สามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องโดยไม่ถูกตรวจสอบอย่างเป็นระบบ และใครเป็นผู้รับผลประโยชน์ในเชิงเครือข่ายธุรกรรมและการจัดการสถานที่ ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่ส.ส.พลอยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญและขยายผลการสืบสวน
ผลกระทบทางการเมืองและสังคมท้องถิ่น
กรณีนี้สะท้อนความอ่อนไหวของการเชื่อมโยงระหว่างการปราบปรามอาชญากรรมกับการเมืองท้องถิ่น เมื่อข้อมูลที่ไม่ชัดเจนอาจถูกนำไปใช้โจมตีฝ่ายการเมือง ส.ส.พลอยจึงเลือกใช้ช่องทางกฎหมายเพื่อลงบันทึกและปกป้องสิทธิและชื่อเสียง ในขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมทำงานอย่างโปร่งใสเพื่อตัดวงจรการลักลอบที่อาจมีเครือข่ายกว้างขวาง
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| วันที่เกิดเหตุทลายบ่อน | 18 กันยายน พ.ศ. 2569 |
| จำนวนผู้ถูกจับกุม | กว่า 100 ราย |
| มูลค่าของกลาง | กว่า 1.57 ล้านบาท |
| ชื่อบ่อนที่ถูกปิด | ภัทรวัลย์ (สันติธรรม), ศรีปิงเมือง (หายยา) |
เหตุการณ์นี้ยังเป็นตัวอย่างเตือนใจสำหรับชาวเชียงใหม่ว่าการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบอาจทำให้ชิ้นส่วนของปัญหาใหญ่ถูกเบี่ยงเบนจากการสืบสวนจริง ทั้งฝ่ายการเมืองและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจำเป็นต้องร่วมกันให้คำตอบต่อสังคมเพื่อคงไว้ซึ่งความยุติธรรมและความเชื่อมั่นของประชาชน
ชัยวัฒน์ ทองดี ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดเชียงใหม่, WE NEWS