กลุ่มเครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) ประกาศยุติการชุมนุมหลังจากได้รับเอกสารยืนยันจาก สำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้รับทราบผลการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ของคณะกรรมการศึกษาชุดที่มีการแต่งตั้งโดยรองนายกรัฐมนตรีเอกนิติแล้ว พร้อมทั้งยอมรับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ให้กระทรวงคมนาคมถอนรายงาน EHIA ทุกฉบับ และมีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ ที่มีการเปิดรับความเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ
สรุปข้อเรียกร้องและการตอบสนองจากรัฐ
ในแถลงการณ์ฉบับที่ 4 เครือข่าย SEC Watch ระบุว่า ข้อเรียกร้องหลักที่ยื่นมาตั้งแต่เริ่มเคลื่อนไหวมี 2 ประการสำคัญ ได้แก่
- การยุติบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEC)
- การยุติโครงการแลนด์บริดจ์ที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามการพัฒนาเชิงพื้นที่
ทั้งสองประเด็นดังกล่าวได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลในรูปแบบการจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่ โดยใช้แนวทางการตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทซึ่งเปิดช่องให้มีการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนและภาควิชาการ
ข้อเรียกร้องเรื่องรูปแบบการพัฒนา
เครือข่าย SEC Watch ย้ำว่าการจัดทำแผนพัฒนาควรเป็น โมเดลที่ทำให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจตกแก่ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ใช่การยกกรรมสิทธิ์ทรัพยากรให้แก่ต่างชาติทั้งหมด โดยต้องออกแบบให้ภาคการเกษตร การท่องเที่ยว และภาคผลิตได้รับการพัฒนาเชิงระบบ ได้ประโยชน์ทัดเทียมและยั่งยืน
"เราต้องสร้างโมเดลการพัฒนาในรูปแบบที่จะทำให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจตกแก่ประชาชน เป็นแนวทางการพัฒนาที่ไม่ยกกรรมสิทธิ์ทั้งมวลให้ต่างชาติ"
กรอบเวลาการทำงานและการประชุมนัดแรก
ตามข้อมูลจากเครือข่าย ประสิทธิ์ชัย หนูนวล ระบุว่า หลังมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการอย่างเป็นทางการ จะมีการกำหนดให้มีการประชุมนัดแรกภายใน 30 วัน และคาดว่าจะมีการจัดการประชุมครั้งแรกพร้อมกับการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน พ.ศ. 2569
| เหตุการณ์ | กำหนดการ/รายละเอียด |
|---|---|
| คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บท | ออกโดยสำนักนายกรัฐมนตรี (รายละเอียดในเอกสารที่กลุ่มได้รับ) |
| กรอบเวลาประชุมนัดแรก | ภายใน 30 วัน คาดเชื่อมกับ ครม.สัญจร หาดใหญ่ 31 ส.ค. - 1 ก.ย. พ.ศ. 2569 |
ผลกระทบต่อท้องถิ่นและประเด็นที่ต้องจับตา
การยุติการชุมนุมครั้งนี้เป็นสัญญาณว่ากระบวนการร่างแผนแม่บทจะเริ่มเข้าสู่เวทีเจรจาและออกแบบนโยบายตามกระบวนการมากขึ้น แต่ประเด็นที่ต้องติดตามมีหลายด้าน เช่น
- การกำหนดรูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นและภาคประชาสังคมว่าจะเป็นรูปธรรมมากน้อยเพียงใด
- ขอบเขตอำนาจและบทบาทของคณะกรรมการที่แต่งตั้งว่าเปิดพื้นที่พิจารณานโยบายเกี่ยวกับที่ดิน ทรัพยากร และการลงทุนอย่างโปร่งใสหรือไม่
- การปฏิบัติตามข้อตกลงเรื่องการถอนรายงาน EHIA ที่อาจส่งผลต่อการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการต่าง ๆ
ความคาดหวังจากฝ่ายต่าง ๆ
เครือข่าย SEC Watch มองว่าการจัดทำแผนแม่บทนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเริ่มต้นนโยบายการพัฒนาที่เป็นธรรม หากกระบวนการเปิดกว้างและรับฟังเสียงจากชุมชนอาจนำไปสู่การออกแบบแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ที่มีความยั่งยืนและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนส่วนใหญ่ ในขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องแสดงความชัดเจนทั้งในเรื่องกรอบการทำงาน กำหนดเวลา และมาตรการคุ้มครองสิทธิของชุมชน
ข้อสังเกตเชิงบริบท
จังหวัดสงขลาและพื้นที่ชายฝั่งภาคใต้มีความอ่อนไหวเชิงนิเวศและเศรษฐกิจสูง การออกแบบนโยบายพัฒนาที่ไม่คำนึงถึงบริบทท้องถิ่นจะเสี่ยงต่อการสร้างผลกระทบระยะยาว ดังนั้น การตั้งคณะกรรมการที่มีตัวแทนจากหลายภาคส่วนและการเปิดเวทีสาธารณะเพื่อระดมความคิดเห็นจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการนี้
การประชุมนัดแรกของคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทและการติดตามผลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเป็นตัวชี้วัดว่ากระบวนการนี้จะนำไปสู่แผนพัฒนาที่มีความเป็นธรรมและยั่งยืนได้หรือไม่ โดยประชาชนในพื้นที่จะเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงการจัดทำและประกาศแนวทางต่อไป