จังหวัดแพร่ — ข้อความชี้แจงจากศาสตราจารย์ นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุวัฒน์ เกี่ยวกับสถานการณ์โรคเอชไอวีในประเทศไทยออกมาเพื่อลดความสับสน หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่าไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึงเกือบ 1 ล้านคนในขณะนี้
ตัวเลขที่ควรเข้าใจให้ชัด
จากการรวบรวมข้อมูลของกรมควบคุมโรคและองค์การอนามัยระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับเอชไอวี มีการแยกชุดข้อมูลเพื่อลดความสับสน ดังนี้
- จำนวนผู้ที่มีชีวิตอยู่กับเอชไอวีในปัจจุบันประมาณ 565,598 ถึง 620,000 คน
- จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละปีประมาณ 8,000 ถึง 9,000 คน
- จำนวนผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยใหม่ต่อปีอยู่ที่ประมาณ 22,000 ถึง 24,000 คน ซึ่งมีผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งที่ติดเชื้อมานานก่อนหน้านั้นแต่เพิ่งได้รับการตรวจพบ
- ตัวเลขสะสมเกือบ 1 ล้านคน เป็นการนับผู้ที่เคยติดเชื้อตั้งแต่เริ่มระบาดเมื่อกว่า 40 ปีก่อน ซึ่งรวมถึงผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว
| รายการ | ตัวเลขโดยประมาณ |
|---|---|
| ผู้มีชีวิตอยู่กับเอชไอวี | 565,598–620,000 |
| ผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อปี | 8,000–9,000 |
| ผู้ได้รับการวินิจฉัยใหม่ต่อปี | 22,000–24,000 |
ปัญหาเชิงระบบและกลุ่มเสี่ยง
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ชี้ว่า แม้ในอดีตประเทศไทยเคยทำสำเร็จในการลดผู้ติดเชื้อจากหลักแสนต่อปีลงมาเป็นระดับหมื่นต้น ๆ แต่ในช่วง 5–6 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ในระดับคงที่ที่ประมาณ 8,000–9,000 คนต่อปี ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติที่ตั้งไว้ให้เหลือต่ำกว่า 1,000 รายต่อปีภายในปี พ.ศ. 2573
สาเหตุสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความประมาทของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากช่องว่างในระบบป้องกัน (prevention cascade) โดยเฉพาะการมีผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ทราบสถานะตนเองราว เกือบ 60,000 คน ซึ่งสามารถเป็นแหล่งแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ร้อยละ 61 ของผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ในกลุ่มประชากรหลัก (key populations) และยังพบความเสี่ยงสูงในกลุ่มเยาวชนอายุ 15–24 ปี
ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ 5 ปี
“ยุทธศาสตร์ 5 ปี ยุติการแพร่ HIV ประเทศไทย (2570–2574)”
แนวทางที่เสนอเน้นการเปลี่ยนจากการตรวจแบบแพร่ไปสู่การค้นหาเครือข่ายการแพร่เชื้อ (transmission network) และตัดวงจรการแพร่เชื้อทันที โดยมีมาตรการหลักหลายประการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาและป้องกันการแพร่เชื้อ
- ระบบติดตามคู่สัมผัสระดับชาติ (national partner notification) เพื่อชวนคู่สัมผัสมารับการตรวจอย่างสมัครใจและเป็นความลับ
- การใช้เจ้าหน้าที่สนับสนุนการแจ้ง (provider referral) เพื่อเพิ่มอัตราการเข้าถึงการตรวจของกลุ่มเสี่ยง
- มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายการแพร่และกลุ่มประชากรหลัก มากกว่าการตรวจแบบหว่านกว้างเพียงอย่างเดียว
ผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดแพร่
สำหรับจังหวัดแพร่และพื้นที่ชนบท การปรับแนวทางเชิงรุกไปสู่การค้นหาเครือข่ายการแพร่เชื้อจะมีความสำคัญ เนื่องจากปัจจัยด้านการเข้าถึงบริการตรวจและการรักษายังมีช่องว่าง ข้อมูลที่ชัดเจนและการสื่อสารที่แม่นยำช่วยลดความตื่นตระหนกและสร้างความเข้าใจของประชาชนในท้องถิ่น
ผู้ป่วยและครอบครัวยังต้องการระบบบริการที่เป็นความลับและไม่เลือกปฏิบัติ รวมทั้งการขยายการเข้าถึงการตรวจคัดกรองในสถานพยาบาลระดับท้องถิ่น การให้ความรู้แก่เยาวชน และการส่งเสริมวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพเพื่อหยุดการแพร่เชื้อในชุมชน
สิ่งที่ประชาชนควรรู้และปฏิบัติ
- ตรวจคัดกรองเมื่อมีความเสี่ยงหรือสงสัย เพื่อรับการรักษาและลดการแพร่เชื้อ
- หากได้รับผลบวก ควรเข้าถึงการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์และรับคำปรึกษาเรื่องการแจ้งคู่สัมผัสอย่างเป็นความลับ
- การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องมีความสำคัญต่อการลดความตีตราและส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพ
การชี้แจงจากผู้เชี่ยวชาญครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเลขผู้ติดเชื้อ และเสนอแนวทางเชิงระบบที่หวังจะตัดวงจรการแพร่เชื้อหากได้รับการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นและระดับชาติจะต้องร่วมมือกันในด้านการค้นหา การรักษา และการป้องกันเพื่อบรรลุเป้าหมายระยะยาว