วันนี้ (19 ส.ค. พ.ศ.2569) รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับผิดชอบคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในภาคเหนือ ออกหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา และจังหวัดลำพูน ให้เร่งดำเนินมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจาก อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลาก โดยเน้นการเตรียมความพร้อมเชิงปฏิบัติการครอบคลุมทุกมิติ
สั่งการ 8 มาตรการรับมือแบบเร่งด่วน
คณะกรรมการกำหนดมาตรการสำคัญจำนวน 8 ข้อ เพื่อให้จังหวัดทั้งสามเร่งดำเนินการทันที โดยครอบคลุมตั้งแต่การติดตามสถานการณ์ การแจ้งเตือน การเตรียมกำลังสนับสนุน และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
- เฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ ประสานข้อมูลจากพื้นที่ต้นน้ำและจังหวัดข้างเคียง เพื่อคาดการณ์แนวโน้มและแจ้งเตือนล่วงหน้า โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่เสี่ยงซ้ำซาก พื้นที่ชุมชนหนาแน่น แหล่งท่องเที่ยว และเส้นทางคมนาคม
- ยกระดับระบบแจ้งเตือน บูรณาการข้อมูลและส่งการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast พร้อมเครือข่ายอำเภอ ท้องถิ่น และผู้นำชุมชน
- เตรียมกำลังพล เครื่องจักร และเฮลิคอปเตอร์ KA‑32 ให้เจ้าหน้าที่ เรือ และเครื่องสูบน้ำประจำจุดเสี่ยง พร้อมสแตนด์บายสำหรับปฏิบัติการอพยพและส่งสิ่งของในพื้นที่เข้าถึงยาก
- จัดศูนย์พักพิงชั่วคราว ให้พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาหาร น้ำดื่ม และระบบดูแลสาธารณสุข
- ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ แจ้งระดับน้ำ และคำแนะนำแก่ประชาชน ผู้ประกอบการแพและนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
- ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อระดมสรรพกำลังและให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ร่วมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)
- เร่งรัดการฟื้นฟูเยียวยา สำรวจความเสียหายและจัดทำบัญชีเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง
- ประสานหน่วยงานสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประจำจังหวัดเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการ
“ยศชนัน สั่งด่วน น่าน-พะเยา-ลำพูน รับมืออุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ‘สแตนด์บาย เฮลิคอปเตอร์’ อพยพผู้ประสบภัยและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์”
เตรียมสแตนด์บายเฮลิคอปเตอร์เพื่อเข้าถึงพื้นที่ยาก
หนึ่งในมาตรการที่ถูกเน้นคือการเตรียม เฮลิคอปเตอร์ KA‑32 สแตนด์บายไว้สำหรับปฏิบัติการอพยพผู้ประสบภัยและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยยานพาหนะทั่วไป ขณะเดียวกันให้จัดเตรียมเรือและเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
การแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast และการสื่อสารในระดับท้องถิ่น
เอกสารสั่งการระบุให้ยกระดับระบบแจ้งเตือนทั้งความรวดเร็วและความถูกต้อง โดยใช้ระบบ Cell Broadcast เป็นช่องทางหลักในการส่งข้อความเตือนประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งให้หน่วยงานจังหวัดใช้งานช่องทางสื่อสารของตัวเองร่วมกัน เช่น สถานีวิทยุชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อให้คำแนะนำในการปฏิบัติที่ชัดเจนและทันเวลา
การตั้งศูนย์พักพิงและให้ความสำคัญต่อกลุ่มเปราะบาง
คำสั่งเน้นการจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวที่มีครัว โรงพยาบาลสนามเล็ก ๆ หรือการสนับสนุนการดูแลสุขภาพชั่วคราว เพื่อรองรับผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านอาหาร น้ำสะอาดและการดูแลสุขภาพ โดยให้จัดลำดับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และครอบครัวที่มีเด็กแรกเกิดเป็นลำดับแรก
แนวปฏิบัติสำหรับหน่วยงานและประชาชน
ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสามได้รับคำสั่งให้ประสานข้อมูลสถานการณ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้มีการสำรวจความเสียหายเพื่อเตรียมจ่ายเงินช่วยเหลือตามระเบียบทางการคลังอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม นอกจากนี้ยังมีการสั่งให้หน่วยงานเตรียมแผนฟื้นฟูหลังภัยพิบัติทั้งระดับชุมชนและโครงสร้างพื้นฐาน
| หัวข้อ | เนื้อหาโดยย่อ |
|---|---|
| จำนวนมาตรการ | 8 ข้อ |
| ช่องทางแจ้งเตือน | Cell Broadcast และเครือข่ายท้องถิ่น |
| อุปกรณ์สำคัญ | เฮลิคอปเตอร์ KA‑32 เรือ เครื่องสูบน้ำ |
สำหรับชาวจังหวัดพะเยาและพื้นที่ใกล้เคียง ควรติดตามข้อมูลแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำเมื่อมีการสั่งอพยพ และเตรียมสิ่งของจำเป็นกรณีต้องย้ายออกจากที่พักชั่วคราว ทางคณะกรรมการได้สั่งให้มีการรายงานสถานการณ์และผลการปฏิบัติให้เป็นปัจจุบันทันที เพื่อให้การบริหารจัดการภัยพิบัติมีความรวดเร็วและครอบคลุมต่อไป