วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พนักงานสอบสวน สภ.ภูซาง จังหวัดพะเยา ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงคำ ในคดีลักทรัพย์ภายในสถานที่บูชาสาธารณะ (วัด) โดยระหว่างการจับกุมและตรวจค้นตัว ผู้ต้องหาพบของกลางเป็นเครื่องกระสุนปืนและยาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การจับกุมและของกลางที่ตรวจพบ
การจับกุมครั้งนี้นำโดย น.พ.ต.ท.สันต์ชัย หินทราย สว.สส. สภ.ภูซาง ร่วมกับชุดสืบสวนของ สภ.ภูซาง และมีการประสานงานกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ ได้แก่ นายนิวัตร อินปั๋น ผู้ใหญ่บ้านบ้านงุ้น หมู่ 9 ตำบลทุ่งกล้วย อำเภอภูซาง
ผู้ต้องหาซึ่งระบุชื่อในหมายจับว่า นายเล็ก (ขัตติราช) อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 80 หมู่ 9 ตำบลทุ่งกล้วย อำเภอภูซาง ถูกควบคุมตัวตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงคำ หมายเลข จ.95/2569 ลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569 โดยศาลมีคำสั่งให้จับกุมในคดีความผิดฐานลักทรัพย์ในที่บูชาสาธารณะ
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| เครื่องกระสุนปืนขนาด .22 | 2 นัด |
| ยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) | 4 เม็ด |
จากการตรวจค้นกระเป๋าสะพายสีดำของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่พบ กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 2 นัด และ ยาบ้า 4 เม็ด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดตามกฎหมายอาวุธและยาเสพติด
ข้อกล่าวหาและขั้นตอนทางคดี
ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงคำ และตามหมายจับระบุข้อกล่าวหาเดิมเกี่ยวกับการกระทำความผิดดังนี้
- ลักทรัพย์ในที่บูชาสาธารณะ (วัด)
- ใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิดหรือเพื่อหลบหนี
“ลักทรัพย์ในที่บูชาสาธารณะ และใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม”
นอกจากข้อหาเดิม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหาในเรื่องการครอบครองเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และการครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาและพ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งให้อัยการพิจารณาดำเนินคดีต่อไป
ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางการป้องกัน
การเกิดเหตุลักทรัพย์ในวัดสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของสถานที่สาธารณะที่ประชาชนยึดถือและใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาและสังคม แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกจับกุมได้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเสริมมาตรการป้องกัน เช่น การเพิ่มการลาดตระเวนของชุมชน การติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย และการรณรงค์ให้ชาวบ้านระมัดระวังทรัพย์สินในบริเวณวัด
ในขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม โดยมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งนี้ ชุมชนและผู้เกี่ยวข้องสามารถประสานงานกับหน่วยงานตำรวจเพื่อทราบความคืบหน้าของคดีและมาตรการป้องกันเพิ่มเติม
ข่าวเหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนความสำคัญของการร่วมมือกันระหว่างตำรวจ ผู้นำชุมชน และประชาชนในการปกป้องสถานที่สาธารณะของชุมชนพะเยา เพื่อให้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และสาธารณะยังคงเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับการประกอบกิจกรรมทางศาสนาและสังคม