เศรษฐกิจ เมืองร้อยเอ็ด ร้อยเอ็ด (23)

โรงงานลูกชิ้นร้อยเอ็ดแบรนด์ดังเผยยอดสั่งซื้อหายกว่า50% รับปีนี้หนักกว่ายุคโควิด

เจ้าของโรงงานลูกชิ้นตรา “กันชัย” จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่าออเดอร์จากลูกค้าร้านค้าและรถเข็นลดลงมาก ขณะเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อประคองกิจการ หลังจากยอดส่งสูงสุดเคยแตะวันละตัน แต่ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 400–500 กิโลกรัมต่อวัน

โรงงานลูกชิ้นร้อยเอ็ดแบรนด์ดังเผยยอดสั่งซื้อหายกว่า50% รับปีนี้หนักกว่ายุคโควิด
©ภาพประกอบ วราภรณ์ บุญมี / we-news.com

โรงงานผลิตลูกชิ้น เจ้าของแบรนด์หนึ่งของอำเภอเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด เผชิญภาวะยอดสั่งซื้อหดตัวอย่างหนักในปีนี้ เจ้าของกิจการเปิดเผยว่าระดับการผลิตและจัดส่งลดลงจนเทียบได้ว่าหนักยิ่งกว่าสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19

ตัวเลขการสั่งซื้อจากอดีตถึงปัจจุบัน

วรจิตร ท่าน้ำเที่ยง (ชื่อเล่น "ตุ๊กตา") เจ้าของโรงงานลูกชิ้นแบรนด์กันชัย เล่าให้ฟังถึงเส้นทางธุรกิจและปัจจัยที่กดดันยอดขาย พบว่าธุรกิจเริ่มต้นผลิตลูกชิ้นจริงจังในปี พ.ศ. 2563 ขณะที่ยอดสั่งซื้อในปีแรกอยู่ที่ประมาณ 200–300 กิโลกรัมต่อวัน จากนั้นเคยขยับเพิ่มจนถึงจุดสูงสุดที่เคยส่งได้ถึง 1,000 กิโลกรัมต่อวัน แต่ในปีนี้ออเดอร์ตกลงมาก เหลือเพียงประมาณ 400–500 กิโลกรัมต่อวัน

ช่วงเวลา ยอดสั่งซื้อโดยประมาณ (กก./วัน)
เริ่มขายจริง (พ.ศ. 2563) 200–300
จุดสูงสุด ประมาณ 1,000
ปีปัจจุบัน ไม่ถึง 400–500

ปัจจัยที่ส่งผลต่อยอดขาย

จากการพูดคุย เจ้าของกิจการระบุว่า สาเหตุหลักมาจากการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่ลดลง กระทบต่อร้านอาหารและผู้ค้ารายย่อยซึ่งเป็นลูกค้าหลักของโรงงาน โดยสัดส่วนการสั่งซื้อลดลงแม้จำนวนลูกค้าจะยังพอมีอยู่ ประกอบกับการแข่งขันในตลาดที่มีผู้เล่นจำนวนมากขึ้นและการบริหารต้นทุนที่ต้องรักษาคุณภาพสินค้าที่แตกต่างจากคู่แข่ง

"ปัจจัยหลักน่าจะมาจากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจการจับจ่ายใช้สอยที่น้อยลงไป"

ผลกระทบต่อห่วงโซ่ธุรกิจท้องถิ่น

การที่ร้านก๋วยเตี๋ยว รถเข็นขายลูกชิ้นทอด และร้านค้าปลีกในตลาดสดขายได้น้อยลง ส่งผลต่อปริมาณการสั่งซื้อวัตถุดิบจากโรงงาน ผู้ประกอบการรายย่อยที่ทำหน้าที่เป็นผู้ขายปลายทางจึงลดคำสั่งซื้อ ทำให้โรงงานต้องปรับลดการผลิตและบริหารต้นทุนให้รัดกุมขึ้น

  • ยอดขายหายไปกว่า ครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับช่วงพีก
  • ลูกค้ารายเดิมยังเลือกซื้อเพราะคุณภาพ แต่สั่งปริมาณน้อยลง
  • ผู้ประกอบการเร่งหาช่องทางใหม่เพื่อประคับประคองกิจการ

แนวทางการปรับตัวของโรงงาน

เพื่อให้กิจการเดินต่อ เจ้าของแบรนด์ระบุว่าจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นหนึ่งในมาตรการรองรับสถานการณ์และขยายช่องทางการขาย นอกจากนี้ยังต้องควบคุมต้นทุนและรักษาคุณภาพให้แตกต่างจากสินค้าราคาถูกในตลาดซึ่งมักมีสัดส่วนเนื้อน้อยกว่า

วรจิตรอธิบายว่าจุดเด่นของสินค้าคือการใช้เนื้อสัตว์ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทำให้รสชาติและเนื้อสัมผัสดีกว่าลูกชิ้นผสมบางราย จึงสามารถคงฐานลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพไว้ได้บ้าง แม้ปริมาณการสั่งซื้อจะลดลง

สิ่งที่ต้องจับตามองสำหรับเอสเอ็มอีท้องถิ่น

กรณีของโรงงานลูกชิ้นกันชัยสะท้อนปัญหาที่พบในผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ได้แก่ ความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของการบริโภคภายในประเทศ ภาระต้นทุนที่ต้องรักษาคุณภาพสินค้า และการแข่งขันจากผู้เล่นจำนวนมากในตลาดเดียวกัน สำหรับชุมชนท้องถิ่น ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ผลิตเท่านั้น แต่ทอดยาวไปยังผู้ค้ารายย่อยและแรงงานในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

แม้ผู้ประกอบการจะมองว่าแนวโน้มปัจจุบันยังไม่เอื้ออำนวย แต่การปรับตัวทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การขาย และการควบคุมต้นทุนเป็นหนทางสำคัญที่ช่วยให้กิจการอยู่รอดในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

สำหรับผู้ที่สนใจเป็นช่องทางร่วมค้าหรือหาซื้อผลิตภัณฑ์จากโรงงานดังกล่าว เจ้าของกิจการบอกว่าจะใช้การเปิดตัวสินค้าใหม่และขยายช่องทางการขายเป็นตัวช่วยลดผลกระทบระยะสั้น ขณะที่ต้องติดตามสภาวะการจับจ่ายของผู้บริโภคต่อไป

วราภรณ์ บุญมี
วราภรณ์ AI บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ วราภรณ์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

23ร้อยเอ็ด

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ร้อยเอ็ด ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว