เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเกษตรวิสัย ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จับกุมผู้ต้องหา 4 รายในการปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามนโยบาย Operation 90 day พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาบ้าจำนวนมาก อาวุธปืน และทรัพย์สินรวมมูลค่าหลายแสนบาท
การสั่งการและการปฏิบัติ
การปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การอำนวยการของนายอำเภอเกษตรวิสัย โดยมีปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรดงครั่งใหญ่ร่วมสั่งการ นำทีมโดยรองผู้กำกับการปราบปรามและชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ทั้งนี้ยังมีฝ่ายความมั่นคงของอำเภอและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดอำเภอเกษตรวิสัยเข้าร่วมปฏิบัติการด้วย
ของกลางและมูลค่าทรัพย์สิน
จากการตรวจยึดระบุว่า ของกลางที่สำคัญได้แก่ ยาบ้าจำนวน 57,911 เม็ด และอาวุธปืนรวม 4 กระบอก นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดทรัพย์สินซึ่งประเมินมูลค่ารวมเป็นเงิน 776,300 บาท รายการทรัพย์สินที่ตรวจยึดมีรายละเอียดดังนี้
| รายการ | จำนวน/รายละเอียด | มูลค่า (บาท) |
|---|---|---|
| รถยนต์ | 1 คัน | 500,000 |
| รถจักรยานยนต์ | 2 คัน | 160,000 |
| ทองคำ | 1 สลึง จำนวน 2 เส้น | 36,000 |
| เงินสด | จำนวน | 80,300 |
นอกจากทรัพย์สินดังกล่าว เจ้าหน้าที่ยังกระทั่งอาวุธปืนพกสั้นขนาดต่าง ๆ พร้อมเครื่องกระสุนรวมอยู่ในของกลาง โดยมีรายการอาวุธและเครื่องกระสุนที่ยึดได้ ได้แก่ ปืนพก 9 มม. (ไม่มีทะเบียน) พร้อมเครื่องกระสุน 38 นัด ปืนพกขนาด .22 (ไม่มีทะเบียน) พร้อมแม็กกาซีน และปืนพกชนิดหักลำกล้องขนาด .38 (ไม่มีทะเบียน) พร้อมเครื่องกระสุน
ผู้ต้องหาและข้อกล่าวหา
เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ผู้ถูกจับกุมประกอบด้วยผู้ต้องหา 4 ราย ได้แก่หนึ่งในนั้นระบุชื่อเป็นนามสมมุติว่า "นายกล้า" อายุ 24 ปี ที่อยู่หมู่ที่ 13 ตำบลโนนสวรรค์ อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด และนางสาวจันทร์ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ที่อยู่หมู่ที่ 3 ตำบลน้ำอ้อม อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด
ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” และ “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” รวมทั้งความผิดตามกฎหมายยาเสพติด
มาตรการและผลกระทบต่อท้องถิ่น
การจับกุมครั้งนี้อยู่ในกรอบการปฏิบัติตามนโยบายเร่งด่วนของหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งมุ่งลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดและการลักลอบครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ระบุว่าการตรวจยึดทรัพย์สินเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการยกระดับการกวาดล้างเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการค้ารายใหญ่ ทั้งนี้การยึดทรัพย์สินเพื่อตัดช่องทางผลประโยชน์ของผู้ต้องหาเป็นกลไกสำคัญที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายนำมาใช้ควบคู่กับการดำเนินคดี
ข้อควรรู้สำหรับประชาชน
- หากพบการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดหรือการครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีที่สถานีตำรวจภูธรใกล้บ้านหรือสายด่วนที่เกี่ยวข้อง
- การแจ้งเบาะแสด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
- ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วมกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะมีความเสี่ยงถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินคดีและการตรวจยึดทรัพย์สินคาดว่าจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนต่อไป