สรุปการตัดสินใจและวงเงินลงทุน
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการ รถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 สายใต้ จำนวน 3 เส้นทาง โดยปรับกรอบวงเงินรวมเป็นกว่า 120,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 18,254.80 ล้านบาท จากกรอบเดิมราว 100,000 ล้านบาท สาเหตุหลักของการปรับเพิ่มมาจากการปรับแบบก่อสร้างเพื่อตอบโจทย์ปัญหาน้ำท่วมและการปรับขึ้นของค่าใช้จ่ายก่อสร้างจากสภาวะเศรษฐกิจโลก
รายละเอียดโครงการต่อจังหวัดและระยะเวลาก่อสร้าง
โครงการแบ่งเป็น 3 ช่วงที่ส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี, ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่–สงขลา และช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ โดยมีการประเมินระยะเวลาดำเนินงานและงบประมาณดังนี้
| ช่วง | วงเงินเดิม (ล้านบาท) | วงเงินใหม่ (ล้านบาท) | การเพิ่ม (ล้านบาท) | ระยะเวลาดำเนินการ |
|---|---|---|---|---|
| ชุมพร–สุราษฎร์ธานี | 30,422.53 | 36,892.32 | 6,469.79 | 7 ปี (ก่อสร้าง ~60 เดือน) |
| สุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่–สงขลา | 66,270.51 | 77,456.97 | 11,186.46 | 8 ปี (ก่อสร้าง ~72 เดือน) โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง |
| ชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ | 7,772.90 | 8,371.45 | 598.55 | 6 ปี (ก่อสร้าง ~48 เดือน) |
การปรับแบบก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม
ในการแถลงผลการประชุม รฟท. ระบุว่าได้ปรับแบบงานก่อสร้างจากระดับดินเป็นการก่อสร้างสะพานบกและคันดินในบางช่วง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้และการระบายน้ำของเมืองหาดใหญ่ ซึ่งมีการปรับให้เป็นสะพานบกระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร และเป็นคันดินประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบจากน้ำท่วมต่อชุมชนและโครงสร้างคมนาคม
- การปรับแบบก่อสร้างเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้วงเงินรวมเพิ่มขึ้น
- ปัจจัยราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจโลกมีผลต่อการประเมินงบประมาณ
- รฟท.จะเสนอแผนต่อกระทรวงคมนาคมและคาดว่าจะนำเสนอ ครม.สัญจรในช่วงปลายเดือนส.ค.
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี
การลงทุนเชิงโครงสร้างขนาดใหญ่เช่นนี้มีแนวโน้มจะกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ทั้งด้านงานก่อสร้าง เกิดการจ้างงานชั่วคราวและถาวร รวมถึงการเชื่อมโยงคมนาคมที่ดีขึ้นจะช่วยส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งและเกาะใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม ต้องคำนึงถึงผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง เช่น การเวนคืนที่ดิน การจราจร และผลกระทบต่อชุมชนผู้ประกอบอาชีพประมงและเกษตรกรรมในแนวทางที่ต้องมีมาตรการเยียวยาและการมีส่วนร่วมจากชุมชน
ประเด็นการปรับแผนและพื้นที่ชุมชนหนาแน่น
รฟท.ชี้แจงว่าในช่วง ชุมทางหาดใหญ่–สงขลา จำเป็นต้องพิจารณาปรับแผน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยหนาแน่นและปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวมีการพัฒนาระบบขนส่งรูปแบบอื่นอยู่แล้ว จึงจะพิจารณา “ดำเนินการในระยะต่อไป” สำหรับช่วงที่มีชุมชนหนาแน่น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเวนคืนที่ดินและผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย
แนวทางถัดไปและกรอบเวลาการอนุมัติ
หลังจากผ่านมติบอร์ด รฟท. แล้ว แผนจะถูกส่งถึงกระทรวงคมนาคมภายในสัปดาห์นี้ และมีเป้าหมายจะนำเรื่องขึ้นพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรีแบบสัญจรที่มีกำหนดระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน พ.ศ. 2569 หากได้รับการอนุมัติ จะเปิดทางให้ขั้นตอนประมูลและสรรหาผู้รับเหมาเดินหน้าได้ต่อไป
สำหรับประชาชนที่อาศัยในแนวเส้นทางและผู้ประกอบการท่องเที่ยว ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นการเวนคืน การเยียวยา และแผนการระบายการจราจรระหว่างการก่อสร้าง เพื่อเตรียมความพร้อมและลดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบธุรกิจ
ข้อมูลจากการประชุมคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569