ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน เพื่อตรวจสอบแรงงานต่างด้าวและชาวต่างชาติที่ลักลอบปฏิบัติงานโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์ว่าพบผู้ประกอบอาชีพที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของพื้นที่
การจับกุมและข้อหา
จากการเข้าตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 4 แห่ง ซึ่งรวมถึงธุรกิจดำน้ำ 2 แห่ง ร้านขายยา และร้านเสริมสวย เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ที่กระทำความผิดได้หลายราย โดยเฉพาะ ครูสอนดำน้ำชาวยุโรป 6 คน ที่เข้ามาในราชอาณาจักรด้วยวีซ่าประเภททำงานทางไกล (Destination Thailand Visa หรือ DTV) แต่กลับให้บริการเป็นครูฝึกดำน้ำโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน
ผู้ต้องหาทั้ง 6 รายแบ่งเป็นสัญชาติอังกฤษ 1 ราย และสัญชาติสเปน 5 ราย เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผิดต่อกฎหมายคนเข้าเมืองและการทำงานของคนต่างด้าว พร้อมรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ขยายผลตรวจสอบนายจ้างและระบบบัญชีหุ้น
นอกจากการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดแล้ว เจ้าหน้าที่ยังเตรียมขยายผลไปยังผู้บริหารและกรรมการบริษัทของผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยพิจารณาว่ามีการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตหรือไม่ รวมทั้งสืบสวนกรณีการจัดตั้งตัวแทนอำพรางหรือการใช้บุคคลนอมินีในการถือหุ้นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การจับกุมในสถานประกอบการอื่นๆ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตรวจพบแรงงานสัญชาติเมียนมาอีก 3 รายในร้านค้าบนเกาะ รายหนึ่งเกี่ยวข้องกับการขายยาผลิตภัณฑ์ปัจจุบันโดยไม่มีการควบคุมของเภสัชกร ขณะที่อีก 2 รายถูกจับขณะให้บริการทำเล็บ ซึ่งเป็นประเภทงานที่เป็นอาชีพสงวนและคนต่างด้าวไม่สามารถปฏิบัติได้ตามกฎหมาย
ผู้กระทำความผิดกลุ่มนี้ถูกแจ้งข้อหาทำงานเกินสิทธิ์และข้อหาการแย่งอาชีพคนไทย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเกาะเต่าเพื่อดำเนินคดีต่อไป
สถานการณ์โดยรวมบนเกาะเต่า
เจ้าหน้าที่ย้ำว่าการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ซึ่งพบผู้กระทำผิดในพื้นที่เกาะเต่าจำนวนรวม 47 ราย ทั้งนี้การบังคับใช้กฎหมายมุ่งเน้นทั้งการป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและการรักษาผลประโยชน์ของแรงงานไทย
ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น
เกาะเต่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำระดับโลก การปรากฏตัวของผู้ประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในท้องถิ่น หากเกิดอุบัติเหตุทางน้ำที่ไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม อาจเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและรายได้จากการท่องเที่ยวได้
การบังคับใช้กฎหมายจึงมีความสำคัญทั้งในแง่การคุ้มครองนักท่องเที่ยวและการปกป้องโอกาสอาชีพของชาวบ้านที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก
คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ
- นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบใบอนุญาตและข้อมูลผู้ให้บริการก่อนจองกิจกรรมดำน้ำหรือการบริการที่มีความเสี่ยง
- ผู้ประกอบการท้องถิ่นควรรักษามาตรฐานการจ้างงานและเอกสารการประกอบการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและหลีกเลี่ยงโทษทางกฎหมาย
- หน่วยงานในพื้นที่ควรมีการตรวจสอบเชิงรุกและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและประชาชนรับทราบสิทธิและข้อจำกัดด้านการจ้างงานต่างด้าว
| หัวข้อ | จำนวน/รายละเอียด |
|---|---|
| ครูสอนดำน้ำชาวยุโรปที่ถูกจับ | 6 ราย (อังกฤษ 1, สเปน 5) |
| แรงงานเมียนมา | 3 ราย |
| ผู้กระทำผิดบนเกาะเต่าตั้งแต่ต้นปี | 47 ราย |
การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง โดยมีการประสานงานกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, สภ.เกาะเต่า, ฝ่ายปกครอง และสาธารณสุขอำเภอเกาะพะงัน เพื่อให้การตรวจสอบครอบคลุมทั้งด้านกฎหมายแรงงาน การประกอบธุรกิจ และความปลอดภัยต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว
การตรวจค้นและจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายด้านแรงงานและคนเข้าเมืองของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยคาดว่าจะมีการขยายผลตรวจสอบไปยังโครงสร้างการถือหุ้นและการบริหารจัดการของผู้ประกอบการเพื่อตรวจสอบกรณีการใช้ตัวแทนอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายต่อไป
ทวีศักดิ์ ชูสกุล
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี, WE NEWS