กระทรวงพาณิชย์ นำทีมร่วมกับ กรมการท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่ตรวจสอบการประกอบธุรกิจนำเที่ยวและการจ้างงานของชาวต่างชาติบน เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจสอบการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 และกรณีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผลการตรวจสอบเบื้องต้น
จากการตรวจสอบ พบการกระทำความผิดชัดเจนในบางราย ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการตามกฎหมาย ดังนี้
- ตรวจพบการกระทำความผิดใน 2 ราย ได้แก่ บริษัทนำเที่ยวที่ให้ข้อมูลว่ามีบริการสอนดำน้ำและกำลังขออนุญาตประกอบกิจการห้องพักแบบโฮสเทล แต่ในเอกสารพบว่ามีกรรมการชาวต่างชาติเป็นผู้มีอำนาจ 1 คน ซึ่งขัดกับกฎหมายที่กำหนดให้กรรมการต้องมีสัญชาติไทยเกินกึ่งหนึ่ง
- กรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการ เพิกถอนใบอนุญาตนำเที่ยว สำหรับบริษัทที่พบว่าฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว
- พบชาวต่างชาติสอนดำน้ำที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
- กรมการท่องเที่ยวตรวจพบบริษัทนำเที่ยวอีกแห่งที่ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตสาขา และได้ดำเนินการตามกฎหมาย
การตรวจเชิงลึกและความพยายามป้องกันนอมินี
นอกจากการดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนแล้ว กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบว่ามีพฤติกรรมในลักษณะนอมินีหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบบริษัทที่ให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนบริษัทแก่ผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าว โดยขยายการตรวจไปยังบริษัทเป้าหมายอีก 10 ราย
| รายการ | ผลการตรวจสอบ |
|---|---|
| บริษัทพบการกระทำผิด | 2 ราย (เพิกถอนใบอนุญาต 1 ราย, ดำเนินคดีขาดใบอนุญาตสาขา 1 ราย) |
| บริษัทเป้าหมายเพิ่มเติม | 10 ราย (1 ปิดชั่วคราว, 9 รายไม่ขัดกฎหมายกรมการท่องเที่ยว) |
ภาพรวมจากการลงพื้นที่
การตรวจสอบบริษัทเป้าหมายเพิ่มเติมพบว่าในจำนวนบริษัทที่ตรวจมีบริษัทปิดชั่วคราว 1 แห่ง ขณะที่อีก 9 แห่งที่ตรวจยังไม่พบการฝ่าฝืนข้อกำหนดของกรมการท่องเที่ยวในเรื่องสัดส่วนกรรมการและผู้ถือหุ้น โดยระบุว่ามีคนไทยเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ และชาวต่างชาติที่เป็นกรรมการหรือพนักงานมีใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย
ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและแนวทางต่อไป
กรณีการใช้โครงสร้างนอมินีและการจ้างงานของชาวต่างชาติที่ไม่ได้รับอนุญาต หากไม่ถูกตรวจสอบและแก้ไข จะส่งผลต่อทั้งความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะเต่าและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้การปฏิบัติตามกฎหมายควบคู่กับการตรวจสอบเชิงรุกจากหน่วยงานหลายฝ่ายจะช่วยคืนความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการถูกต้องและรักษามาตรฐานการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
สิ่งที่ผู้ประกอบการควรตรวจสอบ
- สัดส่วนกรรมการและผู้ถือหุ้นต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551
- ตรวจสอบใบอนุญาตสาขาและใบอนุญาตประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องก่อนเปิดให้บริการ
- ชาวต่างชาติที่ทำงานต้องมีใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายแรงงาน
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าหน่วยงานกำกับดูแลให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบธุรกิจท่องเที่ยวเชิงลึก เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความเป็นธรรมในภาคธุรกิจท่องเที่ยว บนเกาะที่มีชื่อเสียงด้านการดำน้ำและบริการท่องเที่ยวทางทะเล หากผู้ประกอบการรักษามาตรฐานและปฏิบัติตามกฎหมาย จะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพของจังหวัดสุราษฎร์ธานีในระยะยาว
ทวีศักดิ์ ชูสกุล
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี, WE NEWS