เมื่อเวลาโดยประมาณ 11.30 น. ของวันที่เกิดเหตุ มีรายงานจากโรงเรียนบ้านตาชี ตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดระหว่างการสาธิตวิทยาศาสตร์ในระดับประถมศึกษาปีที่ 2 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย เป็นครู 2 คนและนักเรียน 5 คน
สภาพเหตุการณ์และการช่วยเหลือเบื้องต้น
ขณะเกิดเหตุครูประจำชั้น ป.2 กำลังสาธิตการทดลองให้เด็กดู จากนั้นเกิดการผิดพลาดทำให้แอลกอฮอล์ที่ใช้เป็นสารตั้งต้นเกิดการลุกไหม้และระเบิดขึ้น ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นครูชั้น ป.4 ให้การว่าได้ยินเสียงประทุและพบความชุลมุน เด็กบางคนมีร่องรอยถูกเผาและมีเสื้อผ้าขาดจากความร้อน ส่วนครูและนักเรียนที่บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหาเป็นการด่วน
สรุปอาการผู้บาดเจ็บ
| ประเภทผู้บาดเจ็บ | จำนวน | อาการเบื้องต้น |
|---|---|---|
| ครู | 2 คน | บาดแผลถลอกเล็กน้อยบริเวณขาและด้านหลังเท้า |
| นักเรียน (ชาย) | 4 คน | มีผู้บาดเจ็บสาหัสหลายราย ถูกส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา |
| นักเรียน (หญิง) | 1 คน | บาดเจ็บไม่รุนแรง รักษาและสังเกตอาการที่โรงพยาบาลท้องถิ่น |
จากการตรวจสอบพบว่ามีเด็กนักเรียนจำนวน 3 ราย ต้องส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เนื่องจากมีแผลบริเวณใบหน้า ลำคอ ลำตัว และดวงตา ได้แก่ เด็กชาย ศ. ที่มีบาดแผลที่ใบหน้า ลำคอ และลำตัว เด็กชาย พ. บาดเจ็บที่ดวงตาข้างซ้าย และเด็กชาย ภ. ได้รับความเสียหายที่ดวงตาทั้งสองข้าง ส่วนเด็กนักเรียนอีก 2 คนถูกให้พักสังเกตอาการที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา
การประสานงานของโรงเรียนและการดูแลเด็กที่เหลือ
หลังเกิดเหตุ ผู้อำนวยการโรงเรียนร่วมกับคณะครูได้จัดการระงับสถานการณ์โดยให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที ประสานรถพยาบาลและแจ้งผู้ปกครองเพื่อรับเด็กกลับบ้านในช่วงบ่าย โรงเรียนได้ให้เด็กที่ไม่ได้รับบาดเจ็บรับประทานอาหารกลางวันก่อนจัดการส่งมอบและดูแลจิตใจ เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายและเป็นไปด้วยความปลอดภัย
รองผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่ติดตามอาการ
ความคืบหน้าล่าสุด นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย ดร. สมพงศ์ พละไชย ศึกษาธิการจังหวัดยะลา เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา และติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด
"ได้เร่งรัดให้ทีมแพทย์ประเมินอาการบาดเจ็บของเด็กทั้ง 3 รายอย่างละเอียด"
การเยี่ยมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามอาการและให้การช่วยเหลือทั้งด้านการรักษาพยาบาลและการประสานงานกับทางโรงเรียนและผู้ปกครองเพื่อการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจของเด็กที่ได้รับผลกระทบ
คำถามเชิงสังคมและมาตรการป้องกัน
เหตุการณ์ครั้งนี้ยกประเด็นสำคัญด้านความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมภายในโรงเรียน โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้สารไวไฟหรือวัตถุที่มีความเสี่ยงต่อการลุกไหม้ ครูผู้สอนและโรงเรียนจำเป็นต้องพิจารณาขั้นตอนปฏิบัติ ความปลอดภัย รวมถึงการฝึกซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างรัดกุม
- การประเมินความเสี่ยง ก่อนนำการทดลองเข้าห้องเรียน
- การอบรมครู เกี่ยวกับการใช้สารเคมีและอุปกรณ์อย่างปลอดภัย
- อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถังดับเพลิง หน้ากาก และการจัดระเบียบห้องทดลองให้เหมาะสม
นอกจากนี้ ผู้ปกครองและชุมชนควรมีบทบาทร่วมกันในการติดตามการจัดการเรียนการสอนที่มีความเสี่ยง เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยและสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของบุตรหลาน
แนวทางต่อไป
ขณะนี้ทีมแพทย์ยังเฝ้าติดตามอาการผู้ป่วยที่ถูกส่งต่ออย่างใกล้ชิด ทางจังหวัดและหน่วยงานการศึกษาจะต้องร่วมกันทบทวนมาตรการความปลอดภัยในการสอนวิทยาศาสตร์ระดับโรงเรียน ทั้งในเรื่องวัตถุดิบที่ใช้ การควบคุมการทดลอง และการมีมาตรการฉุกเฉินที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอีก
เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางในมาตรการความปลอดภัยของการจัดกิจกรรมภายในโรงเรียน และเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายต้องเร่งปรับปรุงมาตรการป้องกันและการฝึกอบรมอย่างจริงจัง