การศึกษา ยะหา ยะลา (77)

รร.อาสาศาสตร์วิทยาใช้โมเดล ‘ครูนางฟ้า’ ดูแลสุขภาพใจ ลดความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา

โรงเรียนเอกชนในอำเภอยะหา จังหวัดยะลา นำโครงการ “ครูนางฟ้า” มาปรับใช้ให้ครูประจำชั้นเป็นคนรับฟัง คัดกรองและส่งต่อผู้ป่วยทางจิต หากเกินขีดความสามารถของครู ผลการดำเนินงานพบเด็ก 177 คนมีแนวโน้มสภาพจิตใจดีขึ้น และมีแผนขยายสู่โรงเรียนใกล้เคียงอีก 5 แห่ง

รร.อาสาศาสตร์วิทยาใช้โมเดล ‘ครูนางฟ้า’ ดูแลสุขภาพใจ ลดความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา
©ภาพประกอบ สุนิสา พงษ์เพชร / we-news.com

โรงเรียนอาสาศาสตร์วิทยา อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ได้นำโมเดลการดูแลสุขภาพจิตในสถานศึกษา หรือที่เรียกกันว่าโครงการ “ครูนางฟ้า” มาปรับใช้เป็นระบบภายในโรงเรียน เพื่อให้ครูประจำชั้นสามารถรับฟัง ป้อนข้อมูล คัดกรองสถานะสุขภาพจิต และช่วยเหลือนักเรียนตามระดับความเสี่ยง ก่อนจะส่งต่อหน่วยบริการทางการแพทย์หากสถานการณ์ซับซ้อนเกินกว่าที่ครูจะดูแลได้

เหตุผลและบริบทในพื้นที่

โรงเรียนอาสาศาสตร์วิทยาเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 451 คน เปิดโอกาสให้เด็กยากจนและเด็กกำพร้าเข้าศึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายรองรับโดยโครงการเรียนฟรี 15 ปี และมีหอพักสำหรับนักเรียนที่ต้องอาศัยพักในโรงเรียน บางคนไม่ได้อยู่กับบิดามารดา บางคนมีภาระต้องช่วยครอบครัวหารายได้ ส่งผลให้สถานะความเป็นอยู่และสภาพจิตใจมีความหลากหลายและเปราะบาง

การพัฒนากำลังคนและขั้นตอนปฏิบัติ

ในปี พ.ศ. 2567 โรงเรียนได้คัดครูแกนนำจำนวน 4 คน เข้ารับการอบรมตามโครงการครูนางฟ้า ก่อนจะให้ครูกลุ่มนี้ถ่ายทอดความรู้และวิธีการให้ครูทั้งโรงเรียน โดยปัจจุบันมีครูทั้งสิ้น 32 คน ได้รับการพัฒนา และมีครูประจำชั้น 15 คน จากทั้งหมด 15 ห้องเรียน ร่วมเป็นกลไกหลักในการติดตามดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด

รายการ จำนวน/รายละเอียด
นักเรียนทั้งหมด 451 คน
นักเรียนที่ได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ 177 คน
ครูแกนนำที่อบรม 4 คน
ครูได้รับการถ่ายทอดความรู้ 32 คน
ครูประจำชั้นที่ร่วมกระบวนการ 15 คน

ผลลัพธ์และการขยายผล

จากการนำระบบนี้ไปใช้ โรงเรียนรายงานว่ามีนักเรียนจำนวน 177 คน อยู่ในระบบการดูแล และพบแนวโน้มว่าสภาพจิตใจของนักเรียนกลุ่มดังกล่าวดีขึ้น โรงเรียนจึงมีแผนขยายการดำเนินงานไปยังโรงเรียนใกล้เคียงอีก 5 แห่ง เพื่อให้เด็กกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ โรงเรียนยังใช้กลไกการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก เช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการเสริมทักษะและแหล่งทุนเพื่อการดำเนินงาน

แนวทางการทำงานที่เน้นการฟังและสื่อสารเชิงบวก

หนึ่งในหลักปฏิบัติที่เน้นเป็นพิเศษคือการให้ครูฝึกทักษะการฟังโดยไม่ตัดสิน พร้อมคำพูดและการสื่อสารเชิงบวก เพื่อให้เด็กไว้วางใจและกล้าที่จะเล่าปัญหา โดยนำแนวทาง LI-CBT (Low-Intensity Cognitive Behavioral) มาประยุกต์ใช้ในการสนับสนุนเบื้องต้น ก่อนจะเชื่อมต่อกับผู้เชี่ยวชาญหากจำเป็น

“พอเรารับเด็กกลุ่มเปราะบางเหล่านี้มาที่โรงเรียน เราจึงมองว่า ในเรื่องการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ มันอาจจะเป็นขั้นที่ 2 เริ่มแรกเราอาจจะต้องมาใส่ใจเรื่องความเป็นอยู่ก่อน”

ประโยชน์ต่อการศึกษาและชุมชน

ระบบดูแลสุขภาพใจในโรงเรียนไม่ได้ช่วยเพียงการบำบัดหรือให้คำปรึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกเชื่อมต่อให้เด็กได้อยู่ต่อในระบบการศึกษา เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ และลดความเสี่ยงในการหลุดออกนอกระบบ ทั้งยังช่วยบรรเทาภาระของครอบครัวและชุมชนเมื่อลูกหลานได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

ประเด็นที่ควรติดตาม

  • การประเมินเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณของผลระยะยาวหลังการขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น
  • ความยั่งยืนด้านงบประมาณและการพัฒนาศักยภาพครูอย่างต่อเนื่อง
  • การบูรณาการกับบริการสุขภาพจิตระดับท้องถิ่นและเครือข่ายชุมชน

ในบริบทของพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่มีความซับซ้อนทางสังคมและเศรษฐกิจ การมีระบบภายในโรงเรียนที่สามารถสอดส่อง ป้องกัน และเชื่อมต่อบริการสุขภาพจิตอย่างเป็นระบบถือเป็นก้าวสำคัญ ทั้งนี้ การติดตามผลและการขยายผลไปสู่โรงเรียนอื่นจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จว่าจะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเด็กในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง

สุนิสา พงษ์เพชร
สุนิสา AI บรรณาธิการข่าวการศึกษา ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุนิสา ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

77ยะลา

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ยะลา ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว