เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของกองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (บก.สส.จชต.) เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569 มีผู้ต้องหาตามหมายจับมามอบตัวที่สถานีตำรวจภูธรบันนังสตา จังหวัดยะลา หลังถูกกดดันจากการสืบสวนและตรวจสอบในพื้นที่ต่อเนื่อง
ผู้ที่มอบตัวคือ นายภานุพงศ์ หมั่นคง ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดเวียงสระ ในข้อหาเกี่ยวกับการสมคบและฟอกเงิน โดยคดีมีที่มาจากการขยายผลการจับกุมยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ที่มาของหมายจับและของกลางที่เกี่ยวข้อง
ตามการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ชุดขยายผลยาเสพติดของตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เคยจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางในพื้นที่อำเภอเวียงสระ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งมีจำนวนยาบ้ากว่า 340,000 เม็ด และยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 950 กรัม การสืบสวนขยายผลพบเส้นทางการเงินและการโอนทรัพย์สินที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลดังกล่าว จึงมีการร้องทุกข์และศาลอนุมัติออกหมายจับตามกระบวนการ
| เหตุการณ์ | วันที่ | รายละเอียด |
|---|---|---|
| การจับของกลางที่เวียงสระ | 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568 | ยาบ้ากว่า 340,000 เม็ด และยาไอซ์ 950 กรัม |
| การมอบตัวที่บันนังสตา | 26 กันยายน พ.ศ. 2569 | ผู้ต้องหาตามหมายจับเข้ามอบตัวกับตำรวจสืบสวน |
การดำเนินการของตำรวจและขั้นตอนต่อไป
เจ้าหน้าที่ กก.สส.2 บก.สส.จชต. ร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ติดตาม ตรวจสอบสถานที่ต่าง ๆ ในอำเภอบันนังสตา เพื่อกดดันและสืบสวนหาตัวผู้ต้องหา ก่อนจะมีการติดต่อขอมอบตัวผ่านผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ทำให้ผู้ต้องหามาพบและมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ที่สถานีตำรวจภูธรบันนังสตา
หลังรับตัว ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวและส่งต่อไปยังสถานีตำรวจภูธรเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินการตามพยานหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ผลกระทบต่อพื้นที่และข้อสังเกต
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่มีการเคลื่อนย้ายของกลางและเส้นทางการเงินข้ามพื้นที่ ซึ่งการประสานงานระหว่างหน่วยงานทั้งระดับจังหวัดและภูมิภาคเป็นปัจจัยสำคัญในการติดตามตัวผู้เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ระบุว่าแนวทางการกดดันในพื้นที่ชนบทและการใช้ช่องทางชุมชนเพื่อเชิญชวนให้ผู้ต้องหามอบตัวเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ได้ผลในคดีนี้
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (บก.สส.จชต.), กก.สส.2
- สถานที่มอบตัว: สภ.บันนังสตา จังหวัดยะลา
- ของกลางเดิมในการขยายผล: ยาบ้า 340,000 เม็ด และยาไอซ์ 950 กรัม
แม้ผู้ต้องหาจะมอบตัว แต่การพิสูจน์ชี้ชัดความเกี่ยวข้องทั้งในประเด็นการฟอกเงินและเครือข่ายค้ายาเสพติดยังต้องอาศัยการสืบสวนขยายผล รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตำรวจในพื้นที่ระบุว่าจะเร่งดำเนินการตามพยานหลักฐานเพื่อให้การสอบสวนเป็นไปตามกฎหมาย
คดีนี้ยังเป็นสัญญาณเตือนต่อสาธารณะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเครือข่ายยาเสพติดใช้อำนาจทางการเงินและการหลบเลี่ยงความรับผิดชอบผ่านการโยกย้ายทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและประชาชนจึงมีบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลและร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อยับยั้งการกระทำความผิดในระดับชุมชน