ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของกรมควบคุมมลพิษ รายงานเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569 ว่าสถานการณ์หมอกควันข้ามพรมแดนส่งผลให้คุณภาพอากาศบริเวณภาคใต้ของประเทศไทยเริ่มมีระดับที่กระทบต่อสุขภาพในบางพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัด ยะลา และ นราธิวาส ซึ่งมีค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) สูงกว่ามาตรฐานที่แนะนำ
สถานการณ์ค่าฝุ่นและจุดความร้อน
ภาพรวมการตรวจวัดคุณภาพอากาศในภูมิภาคตอนใต้ยังแสดงค่าตั้งแต่ระดับดีมากจนถึงระดับที่เริ่มมีผลต่อสุขภาพ แต่ในช่วงติดตามล่าสุดพบค่ากลาง 24 ชั่วโมงของ PM2.5 ในพื้นที่ตอนล่างของภาคใต้เกินค่ามาตรฐาน โดยอยู่ในช่วง 14.3–39.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่บางสถานีมีค่ารายชั่วโมงพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลการวัดที่รายงานในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา รวมถึงสถานีที่มีค่าสูง ได้แก่:
- สถานีศาลากลางจังหวัดนราธิวาส: 40.6 มคก./ลบ.ม.
- สถานีสนามโรงพิธีช้างเผือก อ.เมือง จ.ยะลา: 40.2 มคก./ลบ.ม.
- สถานีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา: 38.2 มคก./ลบ.ม.
- สถานีศูนย์ป่าไม้จังหวัดปัตตานี: 38.0 มคก./ลบ.ม.
| สถานีตรวจวัด | ตำแหน่ง | ค่า PM2.5 (มคก./ลบ.ม.) |
|---|---|---|
| ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส | อ.เมือง จ.นราธิวาส | 40.6 |
| สนามโรงพิธีช้างเผือก | อ.เมือง จ.ยะลา | 40.2 |
| ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองเบตง | อ.เบตง จ.ยะลา | 38.2 |
นอกจากนี้ ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์จุดความร้อนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่ามีจำนวนจุดความร้อนเกิดขึ้นมากในประเทศอินโดนีเซีย ขณะที่พื้นที่ภายในประเทศไทยพบจุดความร้อนจำนวนน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ว่ามวลหมอกควันข้ามแดนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าฝุ่นในภาคใต้เพิ่มสูงขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบต่อชุมชน
หน่วยงานชี้ว่าปัจจัยด้านสภาพอากาศท้องถิ่น เช่น อัตราการระบายอากาศต่ำ และทิศทางลมที่พัดมาจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้หรือทิศตะวันตก ทำให้หมอกควันจากการเผาไหม้ในต่างประเทศเคลื่อนเข้ามาสะสมในบริเวณชายฝั่งใต้ การสะสมของฝุ่นละอองขนาดเล็กมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่บอบบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคหลอดลมอุดกั้นหรือโรคหัวใจ
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การลดทอนคุณภาพชีวิต การเพิ่มภาระระบบสาธารณสุข และผลต่อภาคการท่องเที่ยวและการเกษตร หากสถานการณ์ยืดเยื้อ หน่วยงานท้องถิ่นจึงต้องเร่งเตือนประชาชนและดำเนินมาตรการป้องกันเบื้องต้น
มาตรการแนะนำและการประสานงาน
กรมควบคุมมลพิษและศูนย์ติดตามฯ แนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศจากช่องทางราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำเมื่อค่า PM2.5 สูง เช่น ลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากกรองฝุ่นเมื่อจำเป็น และผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเตรียมยารักษาตัวตามคำแนะนำของแพทย์
ในระดับการบริหาร หน่วยงานภาครัฐรายงานว่าเตรียมประสานงานกับสำนักงานเลขาธิการอาเซียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือแนวทางการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลจุดความร้อนและการร่วมมือด้านการป้องกันการเผาในพื้นที่ต้นตอ
สรุปแล้ว สถานการณ์หมอกควันที่พัดข้ามแดนไปยังภาคใต้ขณะนี้ทำให้บางพื้นที่ในจังหวัดยะลาและนราธิวาสมีค่าฝุ่น PM2.5 เกินเกณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การเฝ้าระวัง การแจ้งเตือนประชาชน และการประสานงานในระดับภูมิภาคจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชน