ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริง
เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้รับมอบหมายให้ออกตรวจสถานประกอบการในพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ ตามคำร้องเรียนที่มีต่อร้านค้าซึ่งเป็นของชาวต่างชาติว่าปฏิเสธการให้บริการแก่ลูกค้าชาวไทย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ตและฝ่ายปกครองอำเภอกะทู้ร่วมลงตรวจในครั้งนี้ด้วย
เป้าหมายการตรวจและกรอบการพิจารณา
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายหน่วยงานท้องถิ่นและรัฐบาลที่ต้องการจัดระเบียบสังคมและยกระดับมาตรการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ โดยเฉพาะกรณีที่อาจเข้าข่ายการใช้บุคคลไทยเป็นผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหารเพื่อลักลอบประกอบกิจการแทนคนต่างด้าว
- ตรวจสอบผู้มีอำนาจบริหารและโครงสร้างการถือหุ้น
- ตรวจเอกสารและหลักฐานการจดทะเบียนประกอบธุรกิจ
- สังเกตพฤติการณ์การให้บริการ เช่น การจำกัดลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
ย้ำหลักความเป็นธรรมในการให้บริการ
ร้อยตำรวจเอกเขตรัฐ ชาญศิลป์ ในฐานะรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ปฏิบัติหน้าที่แทนกล่าวชัดเจนว่าการกำกับดูแลจะมุ่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย หากพบพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดจะต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
“ย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติต่อลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และต้องดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด”
จุดที่เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญ
นอกจากกรณีร้องเรียนเฉพาะเจาะจงแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้กำชับให้เสริมการตรวจตราสถานประกอบการที่มีลักษณะให้บริการเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ รวมถึงร้านค้าที่ใช้ภาษาต่างประเทศบางภาษาในโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการให้บริการโดยมุ่งเป้าไปยังลูกค้ากลุ่มเดียว
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| วัน/เวลา | 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 16.00 น. |
| สถานที่ | ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต |
| ผู้ลงพื้นที่ | รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัด และฝ่ายปกครองอำเภอกะทู้ |
ผลกระทบต่อชุมชนและการท่องเที่ยว
กรณีดังกล่าวสร้างความกังวลทั้งต่อความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการท้องถิ่นและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ภูเก็ตในฐานะจังหวัดท่องเที่ยวย่อมต้องรักษาภาพลักษณ์ว่าเป็นพื้นที่ต้อนรับผู้มาเยือนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม การปล่อยให้มีการเลือกปฏิบัติในการให้บริการอาจส่งผลต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวและความปลอดภัยทางสังคม
เจ้าหน้าที่จังหวัดระบุว่าจะเดินหน้าตรวจสอบและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และหากพบการกระทำที่เข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางหรือนอมินี จะดำเนินการทางกฎหมายตามพยานหลักฐาน ทั้งนี้การตรวจสอบมุ่งยึดข้อเท็จจริงเป็นสำคัญเพื่อสร้างความเป็นธรรมและความเชื่อมั่นในตลาดการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต
สำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ คำสั่งจากหน่วยงานท้องถิ่นครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนให้ทบทวนนโยบายการบริการและการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ตในระยะยาว