การพัฒนาระบบทางพิเศษในจังหวัดภูเก็ตกำลังเดินหน้าอย่างชัดเจน เมื่อล่าสุด การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ประกาศความคืบหน้าของโครงการทางด่วนจังหวัดภูเก็ต ทั้งในส่วนของระยะที่ 1 และแผนงานของระยะที่ 2 โดยมีแผนจะขอเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในเดือน ธันวาคม 2569 เพื่อเปิดทางให้ก่อสร้างได้ทันทีในปีต่อไป
ภาพรวมโครงการและแหล่งระดมทุน
สำหรับแผนการระดมทุน กรมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ประกาศเตรียมเปิดระดมทุนผ่าน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) โดยตั้งเป้าวงเงินรวมประมาณ 60,000–70,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยชัดเจนตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ในจำนวนนี้ กทพ.มีแผนเข้าระดมทุนราว 20,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้พัฒนาโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต
- ระยะที่ 1: ช่วงกะทู้–ป่าตอง ยาว 3.98 กิโลเมตร
- มูลค่าการลงทุนระยะที่ 1: ประมาณ 16,757 ล้านบาท
- เป้าหมายเสนอ ครม.อนุมัติ: ธ.ค. 2569
รายละเอียดโครงการทั้งสองระยะ
โครงการระยะที่ 1 วางแผนพัฒนาเป็นทางยกระดับควบคู่กับการเจาะอุโมงค์ผ่านภูเขาเพื่อเชื่อมพื้นที่อำเภอกะทู้กับหาดป่าตอง โดยมีการแยกงบประมาณออกเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์และค่าก่อสร้าง/ควบคุมงาน ขณะที่โครงการระยะที่ 2 ซึ่งเป็นแนวเชื่อมเมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้ อยู่ในขั้นตอนทบทวนกรอบวงเงินลงทุนและเตรียมเสนออนุมัติในลำดับถัดไป
| รายการ | ระยะที่ 1 | ระยะที่ 2 |
|---|---|---|
| ความยาว | 3.98 กม. | 30.62 กม. |
| มูลค่าการลงทุน | 16,757 ล้านบาท | 46,752 ล้านบาท |
| ค่าจัดกรรมสิทธิ์ | 5,792 ล้านบาท | 22,012 ล้านบาท |
| ค่าก่อสร้างและควบคุมงาน | 10,965 ล้านบาท | 24,740 ล้านบาท |
| แผนเปิดบริการ | ตุลาคม 2574 | ตุลาคม 2574 |
ผลกระทบต่อภูเก็ตและสิ่งแวดล้อม
โครงการนี้มีนัยยะสำคัญต่อภูเก็ตทั้งด้านการจราจรและการท่องเที่ยว เนื่องจากจะเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างพื้นที่เศรษฐกิจและชายหาดหลักของจังหวัด อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างทั้งทางยกระดับและอุโมงค์ผ่านภูเขาย่อมต้องมีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน รวมถึงการจัดกรรมสิทธิ์ที่มีมูลค่าสูง ซึ่งจำเป็นต้องคำนึงถึงการชดเชยและมาตรการป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนท้องถิ่น
ในทางเศรษฐกิจ การลงทุนก้อนใหญ่ที่วางแผนไว้จะสร้างโอกาสด้านงานก่อสร้าง การบริการ และการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคม แต่ภาคราชการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำเป็นต้องร่วมกันวางมาตรการติดตามทั้งการใช้เงินทุนสาธารณะ การบริหารสัญญาจ้าง และประเมินผลระยะยาวเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด
แม้แผนระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจะถูกมองว่าเป็นทางออกด้านแหล่งเงินทุน แต่ประชาชนและภาคธุรกิจในภูเก็ตคงเฝ้าดูรายละเอียดเงื่อนไขการระดมทุน การบริหารความเสี่ยง และกรอบเวลาปฏิบัติงานที่จะส่งผลต่อการก่อสร้างจริงในพื้นที่
การทางพิเศษจะนำเอกสารและรายละเอียดของโครงการเสนอผ่านกระทรวงคมนาคมเพื่อให้พิจารณา ก่อนยื่นต่อคณะรัฐมนตรีภายในเดือนธันวาคมนี้ หากผ่านความเห็นชอบตามแผน ก็จะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปีถัดไปตามกรอบเวลาที่วางไว้
สำหรับประชาชนที่สนใจหรือต้องการติดตามความคืบหน้า ควรจับตาการเปิดเผยรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม รายละเอียดการจัดสรรงบประมาณ และแผนการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลังการก่อสร้าง เพื่อให้การพัฒนาสอดคล้องทั้งด้านเศรษฐกิจและการรักษาทรัพยากรธรรมชาติของภูเก็ต