สิ่งแวดล้อม ภูเก็ต ภูเก็ต (71)

ผู้เชี่ยวชาญชี้ภูเก็ตลดขยะอาหารได้ 80% หากย้ายจุดจัดการมาที่ต้นทาง

งาน Thailand Greenest Cities Forum & Expo @Phuket 2026 เสนอยุทธศาสตร์ “แยก-ย่อย-ใช้” เน้นเริ่มจากตลาด โรงแรม สถานศึกษา ลดปริมาณที่ต้องฝังกลบและภาระเตาเผา พร้อมเรียกร้องระบบค่าธรรมเนียมแบบแปรผันและการจับคู่ผลผลิตย่อยกับภาคเกษตรและภูมิทัศน์เมือง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ภูเก็ตลดขยะอาหารได้ 80% หากย้ายจุดจัดการมาที่ต้นทาง
©ภาพประกอบ อภิชาติ ทะเลทอง / we-news.com

ภูเก็ต — ความท้าทายด้านการจัดการขยะมูลฝอยของจังหวัดภูเก็ตถูกหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นสำคัญในการแถลงข่าวการจัดงาน Thailand Greenest Cities Forum & Expo @Phuket 2026 โดยผู้ร่วมจัดประกอบด้วยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต กฎบัตรไทย สมาคมการผังเมืองไทย หน่วยงานท้องถิ่น และภาคธุรกิจพันธมิตร ซึ่งเสนอแนวทางจัดการขยะอาหารเชิงรุกภายใต้หลักการ “แยก-ย่อย-ใช้” เพื่อมุ่งเป้าลดขยะอาหารให้ได้ถึง ร้อยละ 80 ภายในปี พ.ศ. 2583

สถานการณ์ปัจจุบันและข้อกังวล

จากข้อมูลสาธารณะที่อ้างถึงในงาน ระบุว่าขยะมูลฝอยทั้งเกาะภูเก็ตมีปริมาณที่ถูกส่งไปยังศูนย์กำจัดมูลฝอยสะพานหินประมาณ 1,200–1,300 ตันต่อวัน แต่เตาเผาที่มีอยู่สามารถรองรับได้เพียงประมาณ 700 ตันต่อวัน ส่งผลให้มีปริมาณที่ต้องเข้าสู่บ่อฝังกลบอยู่ที่ราว 500–600 ตันต่อวัน

กรมควบคุมมลพิษชี้แจงว่าขยะอาหารมีสัดส่วนค่อนข้างสูง คิดเป็นประมาณ ร้อยละ 39 ของขยะมูลฝอยชุมชน เมื่อนำสัดส่วนนี้มาประมาณการณ์กับปริมาณขยะรวมของจังหวัด พบว่า เศษอาหารของภูเก็ตน่าจะอยู่ในช่วง 470–500 ตันต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณที่ล้นออกจากความสามารถของเตาเผาอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อเสนอเชิงนโยบาย: ย้ายการจัดการไปที่ต้นทาง

นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น จำกัด หนึ่งในผู้ร่วมงาน ระบุว่า ปัญหาที่แท้จริงมาจากการพยายามแก้ที่ปลายทาง ขณะที่กำลังการรองรับของโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ จึงเสนอให้ย้ายจุดจัดการขยะอาหารกลับไปที่ต้นทางเพื่อให้การจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น

"ถ้าจัดการเศษอาหารที่ต้นทางได้ ในปริมาณเพียงครึ่งหนึ่ง ภูเก็ต แทบไม่ต้องเพิ่มปริมาณการฝังกลบเลย และไม่ต้องรอเตาเผาหัวที่สอง"

หลักคิดที่ถูกหยิบยกคือการเริ่มจากผู้ก่อขยะรายใหญ่ ได้แก่ ตลาดสด โรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษา ซึ่งมีจุดน้อยแต่ปริมาณขยะต่อจุดสูง หากสามารถแยกและย่อยขยะตั้งแต่แหล่งกำเนิด จะช่วยลดน้ำหนักขยะและต้นทุนการขนย้าย ขณะเดียวกันยังสามารถนำผลผลิตจากการย่อยไปใช้ประโยชน์ในภาคเกษตรหรือการปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองได้ทันที

  • แยก — เริ่มจากผู้ก่อขยะรายใหญ่ แยกเศษอาหารตั้งแต่ต้นทาง
  • ย่อย — ติดตั้งระบบย่อยหรือคอมโพสท์ในพื้นที่เพื่อลดน้ำหนักก่อนขนย้าย
  • ใช้ — จับคู่ผลผลิตจากการย่อยกับภาคเกษตรและงานภูมิทัศน์เมือง

เครื่องมือทางการเงินและกฎระเบียบที่เสนอ

ผู้เสนอแนวทางชี้ว่าเครื่องมือเชิงนโยบายที่ชัดเจนจะช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลงได้ หนึ่งในข้อเสนอคือการใช้ระบบค่าธรรมเนียมขยะแบบแปรผันตามปริมาณ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถออกข้อบัญญัติได้เพื่อเป็นแรงจูงใจให้องค์กรหรือกิจการลดปริมาณขยะ นอกจากนี้ยังสนับสนุนข้อกำหนดอาคารเขียวสำหรับอาคารใหม่ แต่ย้ำว่ากฎหมายพื้นฐานสำหรับการจัดการขยะมีอยู่แล้วและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทันที

ผลประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว

การลดขยะอาหารไม่เพียงลดปริมาณที่ต้องฝังกลบและลดแรงกดดันต่อเตาเผาเท่านั้น แต่ยังช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจากการย่อยสลายแบบไร้อากาศ และลดความเสี่ยงด้านสุขอนามัยซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ต ในจังหวัดที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมกลายเป็นปัจจัยแข่งขันสำคัญ

ตัวชี้วัด ปริมาณ (ตัน/วัน)
ขยะรวมส่งศูนย์กำจัด 1,200–1,300
กำลังการเผา 700
ปริมาณที่ต้องฝังกลบ 500–600
สัดส่วนขยะอาหาร ประมาณร้อยละ 39
ประมาณเศษอาหาร 470–500

การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบการจัดการขยะอาหารที่ต้นทางต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และประชาชน การทดลองโมเดลในพื้นที่จำกัด เช่น ตลาดใหญ่หรือโรงแรมกลุ่มแรก น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นรูปธรรม ก่อนขยายผลสู่ระดับจังหวัด

งาน Forum & Expo ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 กันยายน พ.ศ. 2569 ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติ และจับคู่ผู้ให้บริการเทคโนโลยีการจัดการขยะกับผู้ก่อขยะเพื่อเริ่มโครงการนำร่อง หากนโยบายและกลไกทางการเงินผสานกับการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการท่องเที่ยวและตลาดสดได้สำเร็จ ภูเก็ตมีโอกาสแสดงโมเดลการจัดการขยะอาหารที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้

สำหรับผู้อ่านที่เกี่ยวข้อง หากต้องการร่วมงานหรือหาข้อมูลเพิ่มเติม ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่ร่วมจัดงานเพื่อเข้าร่วมการประชุมและเวิร์กช็อปที่จะมีการนำเสนอกรณีศึกษาจริงจากพื้นที่นำร่อง

อภิชาติ ทะเลทอง
อภิชาติ AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดภูเก็ต ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ อภิชาติ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

71ภูเก็ต

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ภูเก็ต ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว