ที่จังหวัดนครราชสีมา ราคาขายไข่ไก่มีการปรับขึ้น ส่งผลให้ผู้ค้ารายย่อยและผู้บริโภคต้องปรับตัว พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยหลายแห่งระบุว่าการค้าขายซบเซา ลูกค้าลดปริมาณการซื้อจากเดิมซื้อเป็นแผงมาเป็นซื้อครึ่งแผงหรือซื้อเพียง 10 ฟองเพื่อลดค่าใช้จ่าย
ต้นตอการปรับราคาภายในจังหวัด
ตามข้อมูลจากเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ราคาขายไข่ไก่คละหน้าฟาร์มปรับขึ้นอีก20 สตางค์ เป็นราคา4.00 บาทต่อฟอง ส่งผลให้ราคาในระดับร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นประมาณแผงละ 120 บาท หลังปรับขึ้นแล้วเพิ่มขึ้นแผงละราว 6 บาท
ผลกระทบต่อผู้ค้าและผู้บริโภค
ผู้ค้ารายย่อยที่ขายไข่ในชุมชนและตลาดสด ระบุว่าการขึ้นราคาทำให้ลูกค้าซื้อจำนวนน้อยลง ส่งผลต่อยอดขายและกระแสเงินสดของร้าน โดยลูกค้าจำนวนหนึ่งเปลี่ยนเป็นซื้อครึ่งแผงหรือซื้อเป็นจำนวนน้อยลงเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ขณะที่ผู้บริโภคบางส่วนร้องขอให้ภาครัฐเข้ามาดูแลและควบคุมราคาสินค้าเพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถมีกำลังซื้อได้มากขึ้น
มาตรการภาครัฐที่จะดำเนินการ
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เตรียมจัดโครงการ"ไข่ไก่ไทยช่วยไทย" ขายไข่จำนวนกว่า 3.42 ล้านฟอง ทั่วประเทศ ในช่วงวันที่ 13-31 สิงหาคม โดยขายในราคาถูกกว่าท้องตลาดประมาณ 10% เพื่อบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน และยืนยันว่าไข่ไก่ยังมีเพียงพอต่อการบริโภค ไม่ได้อยู่ในภาวะขาดตลาด
"กรมการค้าภายในเตรียมจัดโครงการ 'ไข่ไก่ไทยช่วยไทย' ทั่วประเทศจำนวนกว่า 3.42 ล้านฟอง...ขายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด 10%"
นอกจากนี้หน่วยงานได้ประสานกับกรมปศุสัตว์เพื่อหามาตรการเพิ่มปริมาณไข่ไก่เข้าสู่ตลาด ลดแรงกดดันด้านราคาในระยะสั้นและกลาง
มาตรการลดภาระค่าครองชีพอื่น ๆ
นอกเหนือจากการจัดจำหน่ายไข่ราคาถูก กระทรวงพลังงานได้ขยายมาตรการตรึงราคาก๊าซหุงต้มสำหรับภาคครัวเรือน โดยเพิ่มเงินชดเชยผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจาก 7.22 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 9.86 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ราคาก๊าซหุงต้มถังขนาด 15 กิโลกรัม ยังคงจำหน่ายในราคาเดิมที่ 423 บาทต่อถัง ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม เพื่อบรรเทาต้นทุนการประกอบอาหารและช่วยไม่ให้ราคาสินค้าและบริการปรับขึ้นตามต้นทุนพลังงาน
| รายการ | ตัวเลข/ระยะเวลา |
|---|---|
| ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม | 4.00 บาท/ฟอง (ปรับขึ้น 0.20 บาท) |
| ราคาไข่ไก่แผง | 120 บาท/แผง (เพิ่มขึ้นประมาณ 6 บาท) |
| ไข่ไก่ไทยช่วยไทย | 3.42 ล้านฟอง จำหน่าย 13-31 ส.ค. ลด 10% |
| ก๊าซหุงต้ม | ตรึงราคา 423 บาท/ถัง 15 กก. ถึง 31 ต.ค. |
ในส่วนของทิศทางนโยบายระดับชาติ บทความข่าวต้นทางอ้างคำกล่าวของผู้บริหารบางคนว่า จะพิจารณาแผนการช่วยเหลือต่าง ๆ อย่างรอบคอบเพื่อให้ตรงเป้าหมายและคุ้มค่ากับงบประมาณที่มีอยู่ แต่เน้นย้ำว่าต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้านก่อนดำเนินการโครงการเพิ่มเติม
- ประชาชนในนครราชสีมาควรติดตามจุดจำหน่ายโครงการ "ไข่ไก่ไทยช่วยไทย" ในพื้นที่ใกล้บ้าน
- ผู้ค้ารายย่อยอาจต้องปรับกลยุทธ์การจำหน่ายและบริหารสต็อกเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงกำลังซื้อ
- ภาครัฐยังคงใช้มาตรการด้านพลังงานช่วยลดต้นทุนการดำรงชีวิตเพื่อบรรเทาแรงกดดันด้านราคา
สำหรับนครราชสีมา เรื่องนี้สะท้อนความเปราะบางของครัวเรือนและผู้ค้ารายย่อยต่อการปรับราคาสินค้าโภคภัณฑ์พื้นฐาน การติดตามการจัดจำหน่ายโครงการของรัฐและแนวทางการเพิ่มปริมาณไข่เข้าสู่ตลาดจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยคลายความกดดันต่อราคาขายและกำลังซื้อของประชาชนในพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครราชสีมา