นครราชสีมา — เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569 ที่โรงแรมสบายโฮเทล อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดเปิดการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ภายใต้โครงการ Korat Zero Dropout ผลการสำรวจระบุว่าในพื้นที่ทั้ง 32 อำเภอ พบเด็กและเยาวชนช่วงอายุ 3–18 ปี ที่อยู่นอกระบบการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 18,450 คน ซึ่งทางจังหวัดได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล เพื่อเร่งติดตามและจัดมาตรการช่วยเหลือ
สถานะการดำเนินงานและเป้าหมาย
การประชุมเปิดโดยนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และมีนายไพศาล ที่รัก ศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา ประชุมร่วมกับผู้แทนฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจภูธรจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายไพศาลระบุผลการสำรวจล่าสุดว่า จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด ขณะนี้ได้ดำเนินการช่วยเหลือแล้ว 2,390 คน คิดเป็นร้อยละ 12.95 ของทั้งหมด ซึ่งเป็นผู้ที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาภาคบังคับหรืออยู่ระหว่างการติดตามเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ต่อไป
แนวทางการแก้ไขและมาตรการส่งเสริม
แนวทางที่จังหวัดให้ความสำคัญประกอบด้วยการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา การส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาศักยภาพตามความถนัด การส่งเสริมการสร้างรายได้ระหว่างเรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการรับรองคุณวุฒิหรือใบประกอบอาชีพ
- ติดตามเด็กและเยาวชนถึงระดับตำบลโดยคณะทำงานร่วม
- จัดเส้นทางการเรียนรู้ยืดหยุ่นและต้นแบบสำหรับการขยายผล
- นำเทคโนโลยีมาใช้เสริมการเรียนรู้และการรับรองทักษะ
- ส่งเสริมการสร้างรายได้ระหว่างเรียนเพื่อให้ครอบครัวมีความมั่นคง
ข้อมูลเชิงตัวเลข
| หัวข้อ | ตัวเลข |
|---|---|
| เด็กและเยาวชนนอกระบบอายุ 3–18 ปี | 18,450 คน |
| จำนวนที่ได้รับการดำเนินการแล้ว | 2,390 คน (ร้อยละ 12.95) |
| พื้นที่สำรวจ | 32 อำเภอ ในจังหวัดนครราชสีมา |
ผลกระทบต่อชุมชนและความท้าทาย
ตัวเลขกว่า 18,000 คนสะท้อนปัญหาโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจของพื้นที่ในระดับครอบครัวและชุมชน เช่น ความยากจน ภาระงานในครัวเรือน การย้ายถิ่นฐานเพื่อทำงาน ตลอดจนปัญหาด้านการเข้าถึงบริการการศึกษาและการขนส่ง ในบางกรณีเด็กอาจถูกผลักออกจากระบบเพราะต้องหารายได้ช่วยครอบครัวหรือไม่มีหลักฐานยืนยันสถานะทางทะเบียนการศึกษา
เสียงสะท้อนและสิ่งที่ต้องเร่งทำ
การประชุมเน้นย้ำถึงการประสานงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ทั้งภาคราชการ ท้องถิ่น โรงเรียน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างต้นแบบการเรียนรู้ยืดหยุ่นที่สามารถตอบโจทย์บริบทของเด็กแต่ละกลุ่ม เช่น การเรียนรู้เชิงอาชีพระหว่างเรียน หรือหลักสูตรที่ประเมินทักษะและให้การรับรองเป็นคุณวุฒิหรือใบประกอบอาชีพได้ เพื่อเปิดช่องทางสู่การมีงานทำหรือศึกษาในระดับสูงขึ้น
ข้อมูลสำหรับผู้ปกครองและผู้ที่ต้องการช่วยเหลือ
ทางจังหวัดแจ้งว่าหากผู้ปกครอง ชุมชน หรือหน่วยงานใดพบเด็กและเยาวชนที่ยังอยู่นอกระบบการศึกษา สามารถติดต่อสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานศึกษาธิการอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เพื่อขอข้อมูลการช่วยเหลือและแนวทางการส่งกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือการเรียนรู้ทางเลือกที่เหมาะสม
แม้การดำเนินการในเบื้องต้นจะยังเพียงร้อยละไม่ถึง 15 ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด แต่การตั้งคณะกรรมการและการรณรงค์เชิงพื้นที่ถือเป็นสัญญาณว่าจังหวัดให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ ทั้งนี้การเปลี่ยนจำนวนให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญต้องอาศัยการติดตามเชิงรุกจากระดับตำบล การสนับสนุนทางเศรษฐกิจสำหรับครอบครัว และการออกแบบโปรแกรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนอีสาน เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสกลับเข้าสู่เส้นทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพอย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการและการดำเนินงานในระดับอำเภอ/ตำบลต่อไป ขณะที่ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันในเชิงรุกเพื่อปิดช่องว่างให้เด็กนครราชสีมาได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเสมอภาค