พบศพพลทหารอาสาในป่าหลังค่ายนครราชสีมา ตำรวจส่งชันสูตรหารายละเอียด
เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่พบศพพลทหารฐิติกร ป้องวันคำ อายุ 20 ปี พลทหารอาสาสังกัดกองพันเสนารักษ์ที่ 3 (พัน.สร.3) ภายในพื้นที่ป่าในจังหวัดนครราชสีมา หลังจากหายตัวระหว่างเดินทางกลับเข้าหน่วยตามกำหนดการ
เบื้องต้นมีรายงานว่าก่อนหน้านี้ผู้ตายได้รับอนุญาตให้ลาหยุดเพื่อกลับภูมิลำเนาตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 10 กันยายน และได้เดินทางกลับเข้าสู่หน่วยเมื่อครบกำหนด แต่เมื่อไม่ปรากฏตัวตามเวลาที่ค่ายกำหนด หน่วยต้นสังกัดได้ติดต่อครอบครัวและพบเพียงกระเป๋าและของใช้ส่วนตัวโดยไม่พบตัวผู้ตาย ญาติจึงประกาศตามหาทางโซเชียล ก่อนมีผู้พบร่างในป่าและแจ้งเจ้าหน้าที่
- ผู้พบร่างแจ้งตำรวจและกู้ภัยเข้าตรวจสอบพื้นที่
- ร่างถูกนำส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาเพื่อตรวจชันสูตรทางนิติเวช
- กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวและให้กระบวนการทางนิติเวชเป็นไปตามกฎหมาย
ครอบครัวยังติดใจสาเหตุ ท่ามกลางข้อมูลเบื้องต้นที่ต่างกัน
ตัวแทนผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลงพื้นที่ติดต่อครอบครัวผู้ตาย โดยครอบครัวยืนยันว่าก่อนเดินทางกลับผู้ตายมีอาการปกติ ร่าเริงและรักษาวินัยเรื่องเวลา ทำให้ยังติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่กู้ภัยประเมินว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง ส่วนรายงาน ณ จุดพบร่างระบุลักษณะคร่าว ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแขวนคอ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดยังเป็นข้อสรุปเบื้องต้นและต้องรอการตรวจพิสูจน์จากแพทย์นิติเวชและผลการสอบสวนของตำรวจ
“กองทัพรับปากจะดูแลครอบครัว ช่วยจัดงานศพให้เหมาะสม และให้กระบวนการตรวจพิสูจน์ทางนิติเวชกับการตรวจสอบตามกฎหมายดำเนินไปอย่างเต็มที่”
ครอบครัวได้เดินทางมาที่นครราชสีมาในช่วงเช้าวันที่ 13 กันยายน เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับขั้นตอนทางนิติเวช ขณะที่หน่วยงานต้นสังกัดได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ครอบครัว
สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป
การสอบสวนของสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลางและผลการชันสูตรจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาจะเป็นตัวชี้ชัดสาเหตุการเสียชีวิตของพลทหารฐิติกร เนื่องจากรายละเอียดที่แจ้งในระยะแรกยังเป็นข้อมูลเบื้องต้นและมีหลายฝ่ายต้องให้ความร่วมมือเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ
| ประเด็น | สถานะ |
|---|---|
| ผู้เสียชีวิต | พลทหารฐิติกร ป้องวันคำ อายุ 20 ปี |
| สถานที่พบ | พื้นที่ป่าในจังหวัดนครราชสีมา |
| การดำเนินการ | ส่งชันสูตรที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา และตำรวจสอบสวน |
| การช่วยเหลือ | กองทัพภาคที่ 2 รับปากดูแลครอบครัวและให้ความร่วมมือ |
สำหรับคนในพื้นที่ ความสูญเสียครั้งนี้สะท้อนความกังวลใจต่อความปลอดภัยและกระบวนการตรวจสอบภายในค่ายทหาร แม้การเสียชีวิตจะเกิดขึ้นนอกเวลาปฏิบัติหน้าที่ แต่เมื่อเป็นทหารที่ยังอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยต้นสังกัด การให้คำตอบที่ชัดเจนต่อครอบครัวและสังคมจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อคลายข้อสงสัยและให้ความยุติธรรมแก่ผู้เสียชีวิตและญาติ
รายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผลการชันสูตรจะเป็นเครื่องยืนยันข้อเท็จจริงที่ชัดเจนต่อไป ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าและแจ้งให้ทราบเมื่อมีข้อมูลยืนยันเพิ่มเติม