นครราชสีมา — โครงการชลประทานจังหวัดนครราชสีมา ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ตามลุ่มน้ำลำเชียงไกรให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ หลังจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนของจังหวัดทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำและระบบระบายน้ำมากขึ้น
ฝนตกหนักช่วงบน ทำให้อ่างเก็บน้ำล้นสปิลเวย์
เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569 นายสุคนธ์ เต็มยศยิ่ง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดนครราชสีมา แจ้งว่า พื้นที่เทือกเขาพังเหย ในเขตอำเภอเทพารักษ์มีปริมาณฝนวัดได้ถึง 113 มิลลิเมตร ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทับรั้งและอ่างอื่น ๆ เพิ่มสูงจนเกินความจุ และน้ำล้นผ่านสปิลเวย์ลงไปยังพื้นที่ตอนล่าง
"ขอให้พี่น้องที่มีบ้านเรือนอยู่ริมตลิ่งเฝ้าระวัง อาจมีน้ำป่าไหลหลากท่วมฉับพลันได้"
โครงการชลประทานได้เปิดบานประตูระบายน้ำเพื่อช่วยระบายน้ำส่วนเกินลงสู่ลำน้ำเบื้องล่าง ทำให้มีมวลน้ำจำนวนมากเคลื่อนตัวตามลุ่มน้ำลำเชียงไกรผ่านพื้นที่อำเภอเทพารักษ์ อำเภอด่านขุนทด และไหลต่อไปยังพื้นที่อำเภอโนนไทย ซึ่งอาจสร้างผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนริมตลิ่ง
ผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มและคำแนะนำจากชลประทาน
เจ้าหน้าที่ชลประทานเตือนให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเตรียมความพร้อมในการอพยพหรือย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหากสถานการณ์เลวร้ายลง ทั้งนี้สถาณการณ์น้ำจะยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีโอกาสเกิดฝนตกต่อเนื่องได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงกลางเดือนตุลาคม
- ตรวจสอบสัญญาณเตือนภัยของท้องถิ่นและประกาศจากชลประทาน
- เก็บสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูงและเตรียมถุงยังชีพเบื้องต้น
- หลีกเลี่ยงการข้ามลำน้ำที่เพิ่มระดับหรือมีแรงเชี่ยวกราก
สถานการณ์โดยรวมของจังหวัดยังมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงได้ เจ้าหน้าที่ชลประทานรายงานว่าระดับน้ำในเขื่อนต่าง ๆ เริ่มมีการเพิ่มขึ้นหลังจากฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้การบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนมีความสำคัญมากขึ้นเพื่อป้องกันผลกระทบในพื้นที่ลุ่ม
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยสังเขป
| พื้นที่/อำเภอ | สถานการณ์ที่รายงาน |
|---|---|
| อำเภอเทพารักษ์ (เทือกเขาพังเหย) | ปริมาณฝน 113 มม. น้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำจนล้นสปิลเวย์ |
| อำเภอด่านขุนทด | มวลน้ำไหลผ่านตามลำน้ำ |
| อำเภอโนนไทย | พื้นที่ตอนล่างเสี่ยงได้รับน้ำหลากจากต้นน้ำ |
ชลประทานจังหวัดนครราชสีมาระบุด้วยว่าแม้ว่าสถานการณ์น้ำโดยรวมจะเริ่มกระเตื้องขึ้นหลังจากช่วงฝนทิ้งช่วงไปนาน แต่การเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันของปริมาณน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำเป็นสาเหตุให้ต้องมีการจัดการฝายน้ำและเปิดบานประตูระบายน้ำชั่วคราวเพื่อลดความเสี่ยงต่อเขื่อนและอ่างกักเก็บ
สำหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ ทางโครงการชลประทานแนะนำให้เฝ้าฟังการแจ้งเตือนของหน่วยงานท้องถิ่น สวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยเมื่อจำเป็น และหากพบว่าระดับน้ำขึ้นอย่างรวดเร็วให้รีบย้ายคน สัตว์เลี้ยง และทรัพย์สินขึ้นที่สูงทันทีเพื่อความปลอดภัย
ในระหว่างนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนและท้องถิ่นจะยังเฝ้าติดตามสภาพอากาศและสภาวะน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมออกประกาศหากมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน
ช่องทางติดตามข่าวสารเบื้องต้น ได้แก่ ประกาศของโครงการชลประทานจังหวัด สถานีวิทยุท้องถิ่น และศูนย์ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจังหวัดนครราชสีมา