เทศบาลนครนครราชสีมา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือครอบครัวของ นายวัชรพงษ์ ทองแต้ม อายุ 85 ปี อดีตทหารผ่านศึก ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ ซึ่งพักอาศัยอยู่ในบ้านสภาพทรุดโทรมบนถนนมุขมนตรี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา โดยมีหลานชายลูกครึ่งชื่อ "ต้า" คอยดูแลเพียงลำพัง
สภาพความเป็นอยู่และการดูแล
จากการตรวจสอบพบว่าบ้านของผู้ป่วยไม่มีห้องนอนและไม่มีห้องน้ำ เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยอย่างยิ่ง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ตรวจประวัติการรักษา พบว่า ผู้ป่วยวินิจฉัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเก๊าต์ มีประวัติรับการรักษาที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 (สวนพริกไทย) แต่ขาดการรักษาต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ.2563 และระยะหลังไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ก่อนจะขาดการรักษามาประมาณ 1 ปี
ในการประเมินอาการเบื้องต้น เจ้าหน้าที่รายงานค่าความดันโลหิตของผู้ป่วยอยู่ที่ 198/90 มม.ปรอท โดยสภาพทั่วไปยังไม่พบอาการกำเริบของโรคเก๊าต์ แต่เห็นร่วมกันว่าผู้ป่วยควรได้รับการรักษาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
การช่วยเหลือจากท้องถิ่น
นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ได้นำคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกองสวัสดิการสังคม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการ ลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจและประเมินความต้องการของครัวเรือน
"เตรียมสร้างบ้านใหม่ให้"
ตามการประสานงาน ดร.วันเพ็ญ สุวัฒโนดม สมาชิกสภา อบจ.นครราชสีมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 80,000 บาท เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงที่อยู่อาศัย โดยงบดังกล่าวได้โอนมายังเทศบาลแล้วและจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมเพื่อให้บ้านมีความมั่นคง ปลอดภัย และเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในระยะยาว
- ผู้ป่วย: นายวัชรพงษ์ ทองแต้ม อายุ 85 ปี อดีตทหารผ่านศึก
- ผู้ดูแล: หลานชายลูกครึ่งชื่อ "ต้า"
- การสนับสนุนงบประมาณ: 80,000 บาท จากองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผ่านเทศบาลนครนครราชสีมา
- สถานการณ์รักษา: ขาดการรักษาต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ.2563; ค่าความดันโลหิตเบื้องต้น 198/90
ผลกระทบต่อบริการสาธารณสุขและสวัสดิการท้องถิ่น
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นความจำเป็นของการเชื่อมต่อระบบสาธารณสุขในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะการติดตามผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคประจำตัวและมีปัจจัยด้านความยากจนหรือสภาพที่อยู่อาศัยไม่เอื้ออำนวย การที่ผู้ป่วยขาดการรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานานเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและการจำเป็นต้องได้รับการดูแลระยะยาวจากหน่วยงานสาธารณสุขและสวัสดิการสังคม
การระดมทรัพยากรทั้งด้านงบประมาณ การซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และการประสานบริการทางการแพทย์เพื่อให้มีการติดตามการรักษาต่อเนื่อง นับเป็นแนวทางเร่งด่วนที่เทศบาลนครนครราชสีมาได้เริ่มปฏิบัติ ซึ่งจะต้องติดตามผลการดำเนินการว่า การปรับปรุงบ้านและการประสานบริการสาธารณสุขจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ในระดับใด
ในมุมของชุมชน เรื่องนี้ยังเป็นสัญญาณเตือนว่าในเมืองใหญ่ของจังหวัดมีผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ตกอยู่ในความเปราะบางจำนวนหนึ่งซึ่งอาจไม่ได้เข้าถึงการบริการอย่างทั่วถึง การร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยบริการสาธารณสุข และภาคประชาสังคม จึงเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
ขณะที่เทศบาลเริ่มดำเนินการซ่อมแซมและประสานการรักษาต่อเนื่อง คงต้องจับตาว่ามาตรการช่วยเหลือจะทำให้ครอบครัวนี้กลับสู่ความมั่นคงอย่างยั่งยืนได้หรือไม่ และประเด็นการดูแลผู้สูงอายุในสภาพยากจนทำนองเดียวกัน จะได้รับการจัดการในระดับพื้นที่อย่างไรต่อไป