รัฐบาลประกาศเตรียมจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน พ.ศ. 2569 โดยมีแผนให้นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจราชการในวันที่ 31 สิงหาคม ก่อนเป็นประธานการประชุมในวันที่ 1 กันยายน ทั้งนี้การลงพื้นที่และการประชุมมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเร่งติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ตลอดจนพิจารณาประเด็นด้านความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้
แผนการประชุมและวาระสำคัญ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแจ้งรายละเอียดว่า การประชุมครั้งนี้จะให้ความสำคัญกับการตรวจติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขและป้องกันปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจ สาธารณูปโภค และความมั่นคงของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้รัฐบาลมีความตั้งใจให้การลงพื้นที่ครั้งนี้นำไปสู่การตัดสินใจที่เป็นรูปธรรมและเร่งรัดการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
งบกลางที่ผ่านมาสำหรับพื้นที่ชายแดนภาคใต้
ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายจากงบกลางสำหรับการฟื้นฟูและป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นจำนวนรวม 843 ล้านบาท ซึ่งรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุว่าปัจจุบันขั้นตอนที่เหลือคือการลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง โดยกระทรวงดังกล่าวเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้การเบิกจ่ายและการใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างรวดเร็วและเกิดประโยชน์ต่อประชาชน
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| งบประมาณรวมจากงบกลาง | 843 ล้านบาท |
| พื้นที่เป้าหมาย | จังหวัดชายแดนภาคใต้ 5 จังหวัด |
| หน่วยงานผู้รับผิดชอบ | กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ |
ผลกระทบต่อพื้นที่และความคาดหวังของประชาชน
การจัดประชุม ครม.สัญจร ที่สงขลาถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้แทนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนในการยื่นข้อเสนอและเร่งรัดโครงการที่ติดขัดให้เดินหน้าต่อ โดยเฉพาะโครงการด้านการป้องกันน้ำท่วม ระบบบำบัดน้ำ การจัดระเบียบพื้นที่เสี่ยง และการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยซ้ำซ้อน ผู้เกี่ยวข้องมองว่าการมีคณะรัฐมนตรีลงมาพื้นที่จะช่วยประสานการทำงานข้ามกระทรวงและตัดสินใจในประเด็นที่ต้องการความเห็นชัดเจนในระดับนโยบาย
การเร่งรัดการจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่าย
โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงเพิ่มเติมว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการเรื่องการลงนามสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อนำงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติไปใช้ในการฟื้นฟูและป้องกันอุทกภัยให้เกิดผลเร็วที่สุดและสร้างประโยชน์ต่อตัวประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้รัฐบาลจะติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปตามกรอบและเกิดผลสัมฤทธิ์
"ขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลจะติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติสามารถนำไปใช้ในการฟื้นฟูและป้องกันอุทกภัย และเกิดประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว"
ประเด็นที่ต้องจับตาจากการลงพื้นที่
- ความชัดเจนในการกระจายงบประมาณและแผนการดำเนินโครงการป้องกันอุทกภัย
- การประสานงานข้ามหน่วยงานเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
- ผลของการประชุมต่อการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค
การลงพื้นที่และการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ครั้งนี้จะเป็นการทดสอบความสามารถของรัฐบาลในการเปลี่ยนข้อสรุปเชิงนโยบายให้กลายเป็นการปฏิบัติที่จับต้องได้ของประชาชนในพื้นที่ ความรวดเร็วในการเบิกจ่ายงบประมาณและการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องจะถูกนำมาประเมินผลโดยชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งในมิติของความโปร่งใสและประสิทธิภาพ
รายงานเพิ่มเติมจะติดตามความคืบหน้าหลังการลงพื้นที่ตรวจราชการของนายกรัฐมนตรีในวันที่ 31 สิงหาคม และสรุปมติสำคัญจากการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 1 กันยายน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับข้อมูลและทราบทิศทางการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง