เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 การเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดบึงกาฬชี้ให้เห็นความแตกต่างของระดับน้ำในพื้นที่ต่างๆ โดยที่จุดวัดระดับน้ำบ้านพันลำ ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ บันทึกระดับน้ำที่ 11.58 เมตร ซึ่งลดลงจากการวัดเมื่อวันก่อนราว 0.32 เมตร ทำให้หน่วยงานชลประทานประกาศขึ้นธงเขียวเพื่อบอกประชาชนว่าให้ปรับการเตือนภัยสู่ภาวะปกติในพื้นที่ที่ระดับน้ำกลับมาเป็นปกติ
ภาพรวมสถานการณ์และพื้นที่ได้รับผลกระทบ
แม้ระดับน้ำในบางจุดจะลดลง แต่การไหลย้อนกลับของมวลน้ำตามห้วยสาขาและน้ำโขงที่เคยล้นตลิ่งก่อนหน้านี้ ยังคงก่อให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอที่เป็นแอ่งรับมวลน้ำ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ, อำเภอปากคาด, อำเภอบุ่งคล้า และ อำเภอบึงโขงหลง ซึ่งหลายหมู่บ้านยังมีน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร นาข้าว สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน และสวนไม้ผลอื่นๆ
สำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬ รายงานข้อมูลการสำรวจความเสียหาย ณ วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ว่ามีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบราว 9,784.50 ไร่ (คาดว่าจะเสียหายจริงประมาณ 9,664.50 ไร่) เกษตรกรที่ถูกกระทบอย่างน้อย 1,314 ราย โดยพืชที่ได้รับผลกระทบหนักคือข้าวรวม 9,246.50 ไร่ และกลุ่มไม้ผล/ไม้ยืนต้น เช่น ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน ยางพารา รวม 538 ไร่
อำเภอที่ได้รับผลกระทบหนักสุด
การสำรวจข้อมูลแยกตามอำเภอที่บันทึกผลกระทบแล้ว พบว่า
- อำเภอเซกา ถูกกระทบราว 6,653 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 757 ราย
- อำเภอบึงโขงหลง ถูกกระทบราว 2,686.50 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 452 ราย
- อำเภอบุ่งคล้า ถูกกระทบราว 325 ไร่
- อำเภอศรีวิไล ถูกกระทบราว 120 ไร่
| อำเภอ | พื้นที่ได้รับผลกระทบ (ไร่) | จำนวนเกษตรกร (ราย) |
|---|---|---|
| เซกา | 6,653 | 757 |
| บึงโขงหลง | 2,686.50 | 452 |
| บุ่งคล้า | 325 | - |
| ศรีวิไล | 120 | - |
พื้นที่อื่นที่กำลังสำรวจความเสียหาย
นอกจากอำเภอดังกล่าวแล้ว ยังมีอีก 4 อำเภอที่เจ้าหน้าที่กำลังลงพื้นที่สำรวจและรวบรวมข้อมูลความเสียหายเพิ่มเติม ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ, อำเภอปากคาด, อำเภอโซ่พิสัย และ อำเภอพรเจริญ เพื่อจัดลำดับความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป
สภาพพื้นที่การเกษตรบางส่วนในอำเภอเมืองบึงกาฬ โดยเฉพาะตำบลวิศิษฐ์และตำบลไคสี ปรากฏเป็นแอ่งน้ำกว้างจนเห็นได้จากภาพมุมสูง นาข้าวและสวนยางพาราหลายแปลงถูกน้ำท่วมขัง ส่งผลต่อความเสียหายต่อผลผลิตที่กำลังเก็บเกี่ยวและต้นทุนการผลิตของเกษตรกร
แนวทางการบรรเทาและการรับมือ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อใช้เป็นฐานในการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ของภาครัฐ ซึ่งรวมถึงการประเมินความเสียหายที่เป็นรูปธรรม การจัดลำดับความช่วยเหลือ และการเตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของชาวนาชาวสวนในพื้นที่
สำหรับประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ สังเกตระดับน้ำและสัญญาณเตือนต่างๆ รวมทั้งเตรียมเอกสารหลักฐานการปลูกและหลักฐานความเสียหายเพื่อใช้ประกอบการขอรับความช่วยเหลือหลังการสำรวจแล้วเสร็จ
เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นความเสี่ยงของพื้นที่ลุ่มน้ำต่อมวลน้ำจากแม่น้ำสายหลัก การวางแผนบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมของชุมชนจึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการเกษตรและเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัด