สิ่งแวดล้อม บึงกาฬ บึงกาฬ (11)

มวลน้ำโขงท่วมบึงกาฬกระทบเกษตรกรเกือบหมื่นไร่ เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจช่วยเหลือ

สถานการณ์น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดบึงกาฬ แม้ระดับบางจุดเริ่มลด แต่การย้อนกลับของมวลน้ำและน้ำที่ล้นตลิ่งยังทำให้พื้นที่การเกษตรใน 4 อำเภอได้รับผลกระทบรวมกว่า <strong>9,700</strong> ไร่ เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหายและวางแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร

มวลน้ำโขงท่วมบึงกาฬกระทบเกษตรกรเกือบหมื่นไร่ เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจช่วยเหลือ
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 การเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดบึงกาฬชี้ให้เห็นความแตกต่างของระดับน้ำในพื้นที่ต่างๆ โดยที่จุดวัดระดับน้ำบ้านพันลำ ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ บันทึกระดับน้ำที่ 11.58 เมตร ซึ่งลดลงจากการวัดเมื่อวันก่อนราว 0.32 เมตร ทำให้หน่วยงานชลประทานประกาศขึ้นธงเขียวเพื่อบอกประชาชนว่าให้ปรับการเตือนภัยสู่ภาวะปกติในพื้นที่ที่ระดับน้ำกลับมาเป็นปกติ

ภาพรวมสถานการณ์และพื้นที่ได้รับผลกระทบ

แม้ระดับน้ำในบางจุดจะลดลง แต่การไหลย้อนกลับของมวลน้ำตามห้วยสาขาและน้ำโขงที่เคยล้นตลิ่งก่อนหน้านี้ ยังคงก่อให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอที่เป็นแอ่งรับมวลน้ำ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ, อำเภอปากคาด, อำเภอบุ่งคล้า และ อำเภอบึงโขงหลง ซึ่งหลายหมู่บ้านยังมีน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร นาข้าว สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน และสวนไม้ผลอื่นๆ

สำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬ รายงานข้อมูลการสำรวจความเสียหาย ณ วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ว่ามีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบราว 9,784.50 ไร่ (คาดว่าจะเสียหายจริงประมาณ 9,664.50 ไร่) เกษตรกรที่ถูกกระทบอย่างน้อย 1,314 ราย โดยพืชที่ได้รับผลกระทบหนักคือข้าวรวม 9,246.50 ไร่ และกลุ่มไม้ผล/ไม้ยืนต้น เช่น ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน ยางพารา รวม 538 ไร่

อำเภอที่ได้รับผลกระทบหนักสุด

การสำรวจข้อมูลแยกตามอำเภอที่บันทึกผลกระทบแล้ว พบว่า

  • อำเภอเซกา ถูกกระทบราว 6,653 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 757 ราย
  • อำเภอบึงโขงหลง ถูกกระทบราว 2,686.50 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 452 ราย
  • อำเภอบุ่งคล้า ถูกกระทบราว 325 ไร่
  • อำเภอศรีวิไล ถูกกระทบราว 120 ไร่
อำเภอ พื้นที่ได้รับผลกระทบ (ไร่) จำนวนเกษตรกร (ราย)
เซกา 6,653 757
บึงโขงหลง 2,686.50 452
บุ่งคล้า 325 -
ศรีวิไล 120 -

พื้นที่อื่นที่กำลังสำรวจความเสียหาย

นอกจากอำเภอดังกล่าวแล้ว ยังมีอีก 4 อำเภอที่เจ้าหน้าที่กำลังลงพื้นที่สำรวจและรวบรวมข้อมูลความเสียหายเพิ่มเติม ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ, อำเภอปากคาด, อำเภอโซ่พิสัย และ อำเภอพรเจริญ เพื่อจัดลำดับความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป

สภาพพื้นที่การเกษตรบางส่วนในอำเภอเมืองบึงกาฬ โดยเฉพาะตำบลวิศิษฐ์และตำบลไคสี ปรากฏเป็นแอ่งน้ำกว้างจนเห็นได้จากภาพมุมสูง นาข้าวและสวนยางพาราหลายแปลงถูกน้ำท่วมขัง ส่งผลต่อความเสียหายต่อผลผลิตที่กำลังเก็บเกี่ยวและต้นทุนการผลิตของเกษตรกร

แนวทางการบรรเทาและการรับมือ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อใช้เป็นฐานในการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ของภาครัฐ ซึ่งรวมถึงการประเมินความเสียหายที่เป็นรูปธรรม การจัดลำดับความช่วยเหลือ และการเตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของชาวนาชาวสวนในพื้นที่

สำหรับประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ สังเกตระดับน้ำและสัญญาณเตือนต่างๆ รวมทั้งเตรียมเอกสารหลักฐานการปลูกและหลักฐานความเสียหายเพื่อใช้ประกอบการขอรับความช่วยเหลือหลังการสำรวจแล้วเสร็จ

เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นความเสี่ยงของพื้นที่ลุ่มน้ำต่อมวลน้ำจากแม่น้ำสายหลัก การวางแผนบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมของชุมชนจึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการเกษตรและเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัด

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

11บึงกาฬ

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น บึงกาฬ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว