มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร นำผลงานนวัตกรรมการแปรรูปเปลือกทุเรียนเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เข้าจัดนิทรรศการและชี้แจงรายละเอียดต่อ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่บริษัท ศิริมงคล คอร์เปอเรท กรุ๊ป จำกัด ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร
เทคโนโลยีและกระบวนการ
งานนำเสนอเน้นวิธีการผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่ต้องพลิกกอง โดยอาศัยแนวทางที่เรียกว่า วิศวกรรมแม่โจ้ 1 ซึ่งมหาวิทยาลัยได้นำมาปรับใช้สำหรับจัดการเปลือกทุเรียนที่มีปริมาณมากในพื้นที่ การทำงานลักษณะนี้ช่วยควบคุมสภาพการย่อยสลาย จัดการกลิ่นและอุณหภูมิของกองหมักได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องใช้แรงงานพลิกกองบ่อยครั้ง ซึ่งเหมาะกับการผลิตปุ๋ยในระดับชุมชนและเชิงพาณิชย์ขนาดกลาง
ตัวเลขสะท้อนปัญหาและโอกาส
ข้อมูลการส่งออกและขยะจากกระบวนการผลิตทุเรียนในจังหวัดที่นำเสนอระบุว่า ชุมพรส่งออกเนื้อทุเรียนมากกว่า 9.5 ล้านกิโลกรัมต่อปี นำมาซึ่งปริมาณเปลือกทุเรียนทิ้งมากกว่า 20 ล้านกิโลกรัมต่อปี การนำเทคโนโลยีมาจัดการจึงมีผลทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและมูลค่าเพิ่มทางการเกษตร
| รายการ | ตัวเลข |
|---|---|
| การส่งออกเนื้อทุเรียนของจังหวัด | 9.5 ล้านกิโลกรัม/ปี |
| ปริมาณเปลือกทุเรียนที่เหลือทิ้ง | กว่า 20 ล้านกิโลกรัม/ปี |
การสนับสนุนจากภาครัฐ
ระหว่างการประชุมติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดผลไม้ กระทรวงพาณิชย์แสดงความสนใจในโครงการและสั่งการให้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร ช่วยผลักดันการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกทุเรียนในเชิงปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการนำร่องและขยายผลต่อไป การสนับสนุนนั้นมีแนวโน้มจะครอบคลุมด้านการประสานงานกับภาคเอกชนและการส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์
ผลกระทบต่อชุมชนและเกษตรกร
การแปรรูปเปลือกทุเรียนเป็นปุ๋ยช่วยลดภาระการจัดการของเสียในพื้นที่การผลิต ลดปัญหากลิ่นและมลสารจากการเน่าเสียของเปลือก และส่งผลให้เกษตรกรมีวัสดุปรับปรุงดินที่ผลิตภายในพื้นที่เอง สิ่งนี้มีแนวโน้มช่วยลดต้นทุนการเพาะปลูกและเพิ่มความยืดหยุ่นด้านปุ๋ยให้กับเกษตรกรท้องถิ่น
- ลดปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิตทุเรียนในจังหวัด
- แปรเปลือกทุเรียนเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสำหรับภาคการเกษตร
- ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและส่งเสริมการเกษตรยั่งยืน
ข้อพิจารณาและทิศทางข้างหน้า
แม้ว่านวัตกรรมนี้จะให้ประโยชน์เชิงสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ แต่การขยายผลจำเป็นต้องคำนึงถึงมาตรฐานการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การควบคุมคุณภาพ และการรับรองผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการออกแบบระบบการเก็บรวบรวมเปลือกทุเรียนจากแหล่งต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร โดยตัวแทนโครงการได้นำเสนอแนวทางและข้อมูลต่อผู้กำกับนโยบาย ซึ่งได้รับความสนใจจากกระทรวงพาณิชย์และเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ในการทดสอบเชิงพื้นที่และการขยายการผลิตให้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต
สำหรับผู้ประกอบการและเกษตรกรท้องถิ่นที่สนใจเข้าร่วมโครงการหรือรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามการประกาศและแนวทางปฏิบัติจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพรและมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร ซึ่งจะเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานและพัฒนาโครงการต่อไป