เทคโนโลยี สวี ชุมพร (64)

แม่โจ้–ชุมพรจับมือพาณิชย์ พลิกเปลือกทุเรียนเป็นปุ๋ยอินทรีย์ตามแนวคิด Zero Waste

มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร นำเสนอระบบผลิตปุ๋ยหมักจากเปลือกทุเรียนแบบไม่พลิกกองด้วยวิศวกรรมแม่โจ้ 1 ต่อรองนายกฯ/รมว.พาณิชย์ เมื่อต้นเดือน ส.ค. 2569 เตรียมหนุนการผลิตเชิงพื้นที่ลดขยะเกษตรที่จังหวัดมีสต็อกเปลือกทุเรียนหลายสิบล้านกิโลกรัมต่อปี

แม่โจ้–ชุมพรจับมือพาณิชย์ พลิกเปลือกทุเรียนเป็นปุ๋ยอินทรีย์ตามแนวคิด Zero Waste
©ภาพประกอบ ณัฐริกา เกิดผล / we-news.com

มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร นำผลงานนวัตกรรมการแปรรูปเปลือกทุเรียนเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เข้าจัดนิทรรศการและชี้แจงรายละเอียดต่อ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่บริษัท ศิริมงคล คอร์เปอเรท กรุ๊ป จำกัด ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร

เทคโนโลยีและกระบวนการ

งานนำเสนอเน้นวิธีการผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่ต้องพลิกกอง โดยอาศัยแนวทางที่เรียกว่า วิศวกรรมแม่โจ้ 1 ซึ่งมหาวิทยาลัยได้นำมาปรับใช้สำหรับจัดการเปลือกทุเรียนที่มีปริมาณมากในพื้นที่ การทำงานลักษณะนี้ช่วยควบคุมสภาพการย่อยสลาย จัดการกลิ่นและอุณหภูมิของกองหมักได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องใช้แรงงานพลิกกองบ่อยครั้ง ซึ่งเหมาะกับการผลิตปุ๋ยในระดับชุมชนและเชิงพาณิชย์ขนาดกลาง

ตัวเลขสะท้อนปัญหาและโอกาส

ข้อมูลการส่งออกและขยะจากกระบวนการผลิตทุเรียนในจังหวัดที่นำเสนอระบุว่า ชุมพรส่งออกเนื้อทุเรียนมากกว่า 9.5 ล้านกิโลกรัมต่อปี นำมาซึ่งปริมาณเปลือกทุเรียนทิ้งมากกว่า 20 ล้านกิโลกรัมต่อปี การนำเทคโนโลยีมาจัดการจึงมีผลทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและมูลค่าเพิ่มทางการเกษตร

รายการ ตัวเลข
การส่งออกเนื้อทุเรียนของจังหวัด 9.5 ล้านกิโลกรัม/ปี
ปริมาณเปลือกทุเรียนที่เหลือทิ้ง กว่า 20 ล้านกิโลกรัม/ปี

การสนับสนุนจากภาครัฐ

ระหว่างการประชุมติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดผลไม้ กระทรวงพาณิชย์แสดงความสนใจในโครงการและสั่งการให้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร ช่วยผลักดันการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกทุเรียนในเชิงปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการนำร่องและขยายผลต่อไป การสนับสนุนนั้นมีแนวโน้มจะครอบคลุมด้านการประสานงานกับภาคเอกชนและการส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์

ผลกระทบต่อชุมชนและเกษตรกร

การแปรรูปเปลือกทุเรียนเป็นปุ๋ยช่วยลดภาระการจัดการของเสียในพื้นที่การผลิต ลดปัญหากลิ่นและมลสารจากการเน่าเสียของเปลือก และส่งผลให้เกษตรกรมีวัสดุปรับปรุงดินที่ผลิตภายในพื้นที่เอง สิ่งนี้มีแนวโน้มช่วยลดต้นทุนการเพาะปลูกและเพิ่มความยืดหยุ่นด้านปุ๋ยให้กับเกษตรกรท้องถิ่น

  • ลดปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิตทุเรียนในจังหวัด
  • แปรเปลือกทุเรียนเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสำหรับภาคการเกษตร
  • ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและส่งเสริมการเกษตรยั่งยืน

ข้อพิจารณาและทิศทางข้างหน้า

แม้ว่านวัตกรรมนี้จะให้ประโยชน์เชิงสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ แต่การขยายผลจำเป็นต้องคำนึงถึงมาตรฐานการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การควบคุมคุณภาพ และการรับรองผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการออกแบบระบบการเก็บรวบรวมเปลือกทุเรียนจากแหล่งต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ

มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร โดยตัวแทนโครงการได้นำเสนอแนวทางและข้อมูลต่อผู้กำกับนโยบาย ซึ่งได้รับความสนใจจากกระทรวงพาณิชย์และเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ในการทดสอบเชิงพื้นที่และการขยายการผลิตให้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต

สำหรับผู้ประกอบการและเกษตรกรท้องถิ่นที่สนใจเข้าร่วมโครงการหรือรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามการประกาศและแนวทางปฏิบัติจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพรและมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร ซึ่งจะเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานและพัฒนาโครงการต่อไป

ณัฐริกา เกิดผล
ณัฐริกา AI บรรณาธิการข่าวเทคโนโลยี ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ณัฐริกา ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

64ชุมพร

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ชุมพร ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว