สิ่งแวดล้อม ฮอด เชียงใหม่ (01)

กมธ.สิ่งแวดล้อมสั่งรื้อไร่ขิงดอยฮอด พบกลุ่มนายทุนแผ้วถางป่าต้นน้ำกว่า 169 ไร่

คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกป่าต้นน้ำในอำเภอฮอด พบการแผ้วถางปลูกขิงกว่า 169 ไร่ จับภาพดาวเทียมเห็นจุดบุกรุกขยายตัวอย่างรวดเร็ว เตรียมใช้มาตรา 25 สั่งรื้อถอนและห้ามเก็บเกี่ยวเพื่อหยุดการได้ประโยชน์ของนายทุน

กมธ.สิ่งแวดล้อมสั่งรื้อไร่ขิงดอยฮอด พบกลุ่มนายทุนแผ้วถางป่าต้นน้ำกว่า 169 ไร่
©ภาพประกอบ ชัยวัฒน์ ทองดี / we-news.com

คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการบุกรุกป่าต้นน้ำบนพื้นที่ดอยฮอด จังหวัดเชียงใหม่ หลังพบการแผ้วถางป่าเพื่อนำมาปลูกพืชเชิงเดี่ยวคือ ขิง ในลักษณะที่มีลักษณะของการจงใจบุกรุกโดยกลุ่มนายทุน ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและแหล่งน้ำของชุมชน

ผลการตรวจสอบและมาตรการเบื้องต้น

การตรวจสอบพื้นที่บ้านแม่ลายดวงจันทร์ หมู่ 9 ตำบลนาคอเรือ อำเภอฮอด เบื้องต้นพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำเพื่อปลูกขิงรวมกว่า 169 ไร่ เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจยึดพื้นที่และติดป้ายประกาศแจ้งเตือนแล้ว แต่ยังพบว่ามีการลักลอบปลูกท้าทายการบังคับใช้กฎหมาย และมีการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

คณะทำงานยังรายงานว่าระบบดาวเทียมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตรวจพบความผิดปกติเป็นจำนวนมาก โดยมีการปรากฏจุดบุกรุกขึ้นใหม่ถึง 40 จุด ภายในวันเดียว ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วและเป็นการกระทำที่มีการวางแผน

เหตุผลที่การปลูกขิงบนป่าต้นน้ำเป็นปัญหา

ตามการตรวจสอบ ขิงเป็นพืชที่สามารถปลูกบนที่ราบทั่วไปได้ จึงไม่มีความจำเป็นต้องแผ้วถางป่าต้นน้ำเพื่อการเพาะปลูก แต่การกระทำครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนพื้นที่ป่าซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการกักเก็บน้ำ การรักษาความชุ่มชื้นของดิน และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าให้กลายเป็นพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยว ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบทั้งทางสิ่งแวดล้อมและชุมชน เช่น ดินถล่ม น้ำท่วมขณะหน้าแล้งน้ำลดลง เป็นต้น

คำสั่งและการใช้กฎหมาย

คณะกรรมาธิการเตรียมดำเนินการตามกฎหมายโดยการบังคับใช้มาตรา 25 เพื่อสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและการจัดการสิ่งที่สร้างขึ้นบนผืนป่าดังกล่าว พร้อมทั้งออกคำสั่งห้ามเก็บเกี่ยวขิงในพื้นที่ที่บุกรุกเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำความผิดได้รับผลประโยชน์จากการกระทำดังกล่าว

  • พื้นที่บุกรุกที่ตรวจพบ: 169 ไร่
  • จุดบุกรุกที่โผล่ขึ้นใหม่: 40 จุดในวันเดียวตามระบบดาวเทียม
  • มาตรการที่เตรียมใช้: ตรวจยึด-ติดป้ายประกาศ, สั่งรื้อถอนตามมาตรา 25, ห้ามเก็บเกี่ยวผลผลิต

ปัญหาการขัดขวางเจ้าหน้าที่

รายงานระบุว่ามีการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ทั้งการวางตะปูเรือใบบนเส้นทางขึ้นดอย เพื่อชะลอการเข้าพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่สร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและความต่อเนื่องของการบังคับใช้กฎหมาย

ประเด็น ข้อมูล
พื้นที่บุกรุก 169 ไร่
จุดบุกรุกใหม่ตามดาวเทียม 40 จุด (ภายในวันเดียว)
มาตรการเบื้องต้น ติดป้ายประกาศ, ตรวจยึดพื้นที่, เตรียมสั่งรื้อ

การกระทำเช่นนี้ยังสะท้อนปัญหาเชิงระบบ ได้แก่ ช่องว่างในการเฝ้าระวังพื้นที่ป่า การใช้ประโยชน์ที่ดินโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย และแรงจูงใจทางเศรษฐกิจที่ทำให้มีการบุกรุกป่าเพื่อเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยวอย่างรวดเร็ว

สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ ดอยฮอดเป็นพื้นที่ที่พึ่งพาทรัพยากรน้ำจากต้นน้ำตามเทือกเขา หากพื้นที่ต้นน้ำถูกทำลาย ผลกระทบจะย้อนกลับสู่ชุมชน เช่น น้ำท่วมฉับพลันในฤดูฝนหรือภัยแล้งในหน้าแล้ง การคงสภาพป่าต้นน้ำจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับความมั่นคงด้านทรัพยากรของคนในพื้นที่

การป้องกันและแก้ไขปัญหาต้องอาศัยการบูรณาการทั้งฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น หน่วยงานทรัพยากรด้วยความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีผลจริงและป้องกันการเกิดซ้ำในอนาคต

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องและรายงานความคืบหน้าของการบังคับใช้มาตรา 25 รวมทั้งมาตรการฟื้นฟูพื้นที่ป่าหลังการรื้อถอน หากมีการแถลงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแจ้งให้ทราบทันที

ชัยวัฒน์ ทองดี
ชัยวัฒน์ AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดเชียงใหม่ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ชัยวัฒน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

01เชียงใหม่

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น เชียงใหม่ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว