เหตุการณ์ปิดทางเข้าวัด
เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 บริเวณวัดป่าอดุลยาราม ริมถนนกัลปพฤกษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น เกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์นำท่อระบายน้ำมาวางปิดทางเข้า-ออกวัดทุกทิศทาง และเทปูนอุดท่อจนเต็ม โดยภายในเหตุการณ์ยังมีการติดป้ายประกาศอ้างกรรมสิทธิ์ที่ดิน ฉบับลงวันที่เดียวกัน
การตอบโต้ของชุมชนและวัด
ภายหลังกลุ่มดังกล่าวออกจากพื้นที่ ลูกศิษย์วัดและชาวบ้านได้ร่วมกันรื้อท่อปูนออกทันที พร้อมเกลี่ยปูนผสมสำเร็จที่ล้นออกมาให้เรียบเป็นพื้นบริเวณทางเข้า-ออก ส่วนเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามซึ่งเป็นผู้สูงอายุได้กลับมาจากกิจของสงฆ์ในช่วงเช้าวันเดียวกัน
- สถานที่เกิดเหตุ: วัดป่าอดุลยาราม ริมถนนกัลปพฤกษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น
- เวลาที่เกิดเหตุ: ประมาณ 12.00 น. วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569
- ลักษณะการทำ: นำท่อระบายน้ำมาปิดทางเข้า-ออกและเทปูนอุดท่อ พร้อมติดป้ายประกาศ
ข้อความประกาศและสถานะข้อพิพาท
บริเวณพื้นที่มีการติดป้ายข้อความระบุว่า “
ที่ดินผืนนี้เป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล โฉนดเลขที่ 61945 ห้ามผู้ใดบุกรุก หรือเข้ามาทำประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ผู้บุกรุกขนย้ายสิ่งปลูกสร้าง/ทรัพย์สินทั้งหมดออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน หลังจากที่ติดประกาศนี้ หากพ้นกำหนด เจ้าของที่ดินจะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญาให้ถึงที่สุด โดยไม่มีการแจ้งเตือนซ้ำอีก” ซึ่งลงวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ด้านพระครูอดุลย์สารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม อายุ 72 ปี ปรากฏตัวในที่เกิดเหตุ พร้อมกับนายธนากร บุญนคร หรือเรียกชื่อเล่นว่า “นัท” อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดที่ดูแลเจ้าอาวาส เนื่องจากพระครูมีโรคประจำตัวหลายโรคและต้องเข้ารับการฟอกไตเป็นประจำ
การดำเนินการทางกฎหมายและสถานะคดี
ฝ่ายวัดได้เข้าร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ขณะที่ทนายความของพระครูดาได้ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ว่า เรื่องนี้เป็นข้อพิพาทที่ดำเนินมายาวนานและผ่านกระบวนการศาลมาหลายคดี โดยเกี่ยวข้องกับโฉนดที่ดินหลายแปลง เหลือเพียงแปลงสุดท้ายเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่เศษ ซึ่งยังไม่มีการออกโฉนดเนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
| ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง | ข้อมูลสำคัญ |
|---|---|
| วัดป่าอดุลยาราม | เจ้าอาวาสอายุ 72 ปี มีโรคประจำตัว ต้องได้รับการดูแล |
| ผู้ติดป้าย/อ้างกรรมสิทธิ์ | อ้างโฉนดเลขที่ 61945, ประกาศวันที่ 10 ส.ค. 2569 |
| ชุมชน | ลูกศิษย์และชาวบ้านร่วมรื้อท่อและเกลี่ยปูนหลังกลุ่มออกจากพื้นที่ |
ผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ชาวบ้านและผู้ที่มาทำบุญที่วัด ขณะเดียวกันยังสะท้อนความล่าช้าของกระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินที่เกี่ยวพันกับวัดและชุมชนในเมืองขอนแก่น กรณีมีการอ้างกรรมสิทธิ์และนำวัสดุปิดกั้นเส้นทางเข้าออกจะส่งผลต่อการดำเนินกิจของสงฆ์และการใช้ประโยชน์ที่ดินของชุมชน
ในช่วงต่อไป ฝ่ายวัดและชาวบ้านรอความชัดเจนจากการพิจารณาของศาล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและแก้ไขสถานการณ์โดยไม่ให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องไว้และจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สรุป เหตุการปิดทางเข้า-ออกวัดป่าอดุลยารามเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เป็นการกระทำที่เกี่ยวพันกับข้อพิพาทโฉนดที่ดินซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ฝ่ายวัดได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่และชุมชนร่วมมือกันฟื้นฟูทางเข้าออกวัด ขณะที่คดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรมต่อไป