ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2569 โฆษกรัฐบาลได้ออกมาเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับคดีทางการเงินหรือการถือครองทรัพย์สินในลักษณะนอมินี ออกมาให้ความชัดเจนและส่งบุคคลเข้าสู่กระบวนการสืบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้การสอบสวนถูกกีดขวางหรือยืดเยื้อจนลดประสิทธิภาพ
การแถลงของโฆษกรัฐบาลมีขึ้นท่ามกลางกรณีที่ ส.ส.จังหวัดภูเก็ตจากพรรคประชาชน ถูกเรียกให้มาชี้แจงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในประเด็นการถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดในลักษณะนอมินี แต่มีกระแสข่าวว่าบุคคลดังกล่าวได้ผัดผ่อนการเข้าให้ปากคำมาตามหมายเรียกแล้วเป็นจำนวนหลายครั้ง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อการสืบสวนหาหลักฐานต่อไป
เน้นย้ำหลักการไม่ยกเว้นผู้กระทำผิด
โฆษกรัฐบาลย้ำว่านายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เดินหน้าปราบปรามการทุจริต การฟอกเงิน และการใช้บุคคลนอมินีอย่างจริงจัง โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งหรือความเกี่ยวข้องทางการเมือง เพื่อรักษาไว้ซึ่งกฎหมายนำไปสู่ความยุติธรรมสำหรับประชาชนทั่วไป
"ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เป็นการทุจริตผิดกฎหมาย หากสืบค้นไปถึงตรงไหน ให้ดำเนินการเต็มที่ ไม่มีการขอยกเว้นหรือเจรจา"
แหล่งข่าวจากทำเนียบระบุว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น แต่ยังเป็นการทดสอบความรับผิดชอบของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเกี่ยวข้องด้วย เพราะหากพรรคไม่ออกมาจัดการหรือชี้แจง ก็อาจถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการกำกับดูแลคนของตน
ผลกระทบต่อการสืบสวนและความเชื่อมั่นในท้องถิ่น
สำหรับจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวและการลงทุน การที่มีคดีเกี่ยวกับการถือครองทรัพย์สินนอมินีเกิดขึ้น ย่อมมีผลต่อภาพลักษณ์ของการบริหารจัดการทรัพย์สินและการลงทุนในพื้นที่ หากการสืบสวนถูกยืดเยื้อจนไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ อาจมีความเสี่ยงต่อการโอนหรือปรับเปลี่ยนสถานะทรัพย์สิน ซึ่งทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสูญเสียโอกาสในการรวบรวมหลักฐานสำคัญ
ความกังวลดังกล่าวทำให้ทั้งภาคส่วนของกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานสืบสวน ต้องติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การสืบสวนเป็นไปอย่างครบถ้วนและสามารถนำสืบสวนไปสู่การพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายได้
ข้อเรียกร้องต่อพรรคการเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โฆษกรัฐบาลเรียกร้องให้พรรคการเมืองต่างๆ ที่มีสมาชิกเข้าไปเกี่ยวข้องในคดีเหล่านี้ เร่งออกมาชี้แจงและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะเมื่อมีหมายเรียกหรือการขอให้ให้ปากคำ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เวลาล่วงเลยจนเกิดการเปลี่ยนแปลงสถานะของทรัพย์สินหรือสูญเสียหลักฐานที่สำคัญ
- ขอให้พรรคการเมืองชี้แจงต่อสาธารณะถึงมาตรการภายใน
- เรียกร้องให้ผู้ถูกหมายเรียกปฏิบัติตามขั้นตอนของหน่วยงานสืบสวน
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานต่อสาธารณะ
แม้ผู้แถลงจะไม่ได้ระบุชื่อ ส.ส.โดยตรงในที่สาธารณะ บริบทของคำกล่าวชี้ไปยังกรณีที่มีการกล่าวถึงผู้แทนจากจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทางสื่อมวลชนท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าทั้งพรรคการเมืองและผู้ถูกกล่าวหา จะแสดงความรับผิดชอบต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใส
สิ่งที่ประชาชนในภูเก็ตควรติดตาม
ประชาชนและนักลงทุนในจังหวัดภูเก็ตควรติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพื่อประเมินผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและความมั่นใจด้านกฎหมายทรัพย์สินในพื้นที่ หากมีการเรียกสอบเพิ่มเติมหรือมีการเปิดเผยหลักฐาน จะส่งผลต่อทิศทางการสืบสวนและการพิจารณาทางกฎหมายต่อไป
| ประเด็น | ข้อมูลที่ทราบ |
|---|---|
| จำนวนครั้งที่ถูกเรียกสอบ | 3 ครั้ง |
| หน่วยงานเรียก | กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) / กระทรวงยุติธรรม |
คดีลักษณะนี้สะท้อนความสำคัญของการตรวจสอบทรัพย์สินและการใช้บุคคลนอมินีในระบบเศรษฐกิจ หากการดำเนินการเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและต่อเนื่อง จะช่วยคืนความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุนในภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ต้องการภาพลักษณ์ด้านความน่าเชื่อถือทางธุรกิจและกฎหมาย
ผู้เกี่ยวข้องยังมีเวลาและหน้าที่ในการให้ข้อมูลต่อหน่วยงานสืบสวน เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าตามหลักฐานและข้อเท็จจริงต่อไป