วันนี้ (2 กันยายน พ.ศ.2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงความคืบหน้าการสอบสวนกรณีพบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยง ส.ส.ภูเก็ตกับการถือหุ้นในบริษัทเอกชนซึ่งเป็นผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดในจังหวัดภูเก็ต โดยระบุว่า ดีเอสไอได้ออกหมายเรียกไปยังผู้ต้องสงสัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้นัดหมายให้มาพบในวันที่ 7 กันยายน.
รายละเอียดหมายเรียกและขั้นตอนการส่งเอกสาร
พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า คดีเกี่ยวกับการถือหุ้นในลักษณะนอมินีที่พบหลักฐานเชื่อมโยงกับนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ ส.ส.จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน ได้มีการออกหมายเรียกครั้งแรก แต่การส่งเอกสารมีปัญหา จึงออกหมายเรียกครั้งที่สองเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม และได้รับแจ้งจากไปรษณีย์ว่าหมายได้ถึงมือผู้รับแล้ว นอกจากนี้ ดีเอสไอได้มอบหมายให้สถานีตำรวจพื้นที่บางแห่งทำการส่งเอกสารบางส่วนให้แก่ผู้เกี่ยวข้องด้วย
พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า แม้จะทราบว่าเอกสารถึงมือผู้รับ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่านายสมชาติจะเดินทางมาพบตามนัดหรือไม่
"นัดหมายให้มาพบดีเอสไอวันที่ 7 กันยายน ส่วนจะมาพบหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ทราบ เพราะที่ตรวจสอบไปทราบแค่ว่าได้รับหมายแล้ว"
ความคืบหน้าคดีฟอเร็กซ์ที่เกี่ยวข้อง
ส่วนความคืบหน้าคดีฟอเร็กซ์ซึ่งมีเส้นเชื่อมโยงไปยังนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พล.ต.ท.รุทธพลแจ้งว่าขณะนี้ดีเอสไอกำลังสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ แต่ยังไม่มีรายงานว่าการสอบสวนสิ้นสุดหรือไม่
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรอบเวลาในการสรุปสำนวน พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า จากการพูดคุยกับพนักงานสอบสวนคาดว่าจะสามารถส่งสำนวนให้อัยการได้ภายในเดือนกันยายน แต่ยังไม่สามารถระบุวันแน่นอนได้
ในการชี้แจงเกี่ยวกับการตอบคำให้การของนายภาวุธว่าเป็นประโยชน์ต่อคดีมากน้อยเพียงใด พล.ต.ท.รุทธพลย้ำว่าไม่มีข้อมูลรายละเอียดในสำนวนที่จะแจ้งได้ในขณะนี้ และพนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน
ผลกระทบต่อภูเก็ตและความโปร่งใสทางการเมือง
กรณีที่มีการกล่าวหาว่า ส.ส.จังหวัดภูเก็ตเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นกรรมการหรือถือหุ้นในบริษัทที่ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับชาวต่างชาติ ย่อมสร้างความกังวลทั้งด้านภาพลักษณ์ของผู้แทนราษฎรและการจัดการที่ดิน-อสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ทั้งนี้ การตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่มีอำนาจ เช่น ดีเอสไอ จะเป็นกลไกสำคัญในการยืนยันความถูกต้อง หากมีการทุจริตหรือนอมินีจริง ย่อมต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
- ดีเอสไอออกหมายเรียกแล้วและนัดให้มาพบวันที่ 7 กันยายน
- หมายแรกส่งไม่สำเร็จ จึงออกหมายครั้งที่สองเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม
- คดีฟอเร็กซ์ที่เชื่อมโยงถึง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตั้งกรอบส่งสำนวนให้อัยการภายในเดือนกันยายน
คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับผู้เกี่ยวข้องและประชาชน
ผู้เกี่ยวข้องกับคดีควรติดตามการติดต่อจากหน่วยงานสอบสวนและปฏิบัติตามหมายเรียกอย่างเคร่งครัด เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างราบรื่น ขณะเดียวกัน ประชาชนควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลทางการเพื่อป้องกันการบิดเบือนและข่าวลือที่อาจเกิดขึ้นในช่วงการสอบสวน
| เหตุการณ์ | วันที่ |
|---|---|
| ออกหมายเรียกครั้งที่สอง | 31 สิงหาคม พ.ศ.2569 |
| นัดให้มาพบ ดีเอสไอ | 7 กันยายน พ.ศ.2569 |
| กรอบการส่งสำนวนคดีฟอเร็กซ์ให้อัยการ | ภายในเดือนกันยายน พ.ศ.2569 |
การสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองระดับพื้นที่เช่นนี้ มีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและการบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ซึ่งเกี่ยวพันทั้งเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของแผ่นดิน การติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานสอบสวนและการเผยแพร่ข้อมูลอย่างโปร่งใสจะช่วยให้สังคมเข้าใจสถานการณ์ได้ชัดเจนขึ้น
สำหรับความคืบหน้าต่อไป WE NEWS จะติดตามรายงานจากดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งข้อเท็จจริงให้สาธารณชนทราบทันทีเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม