เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานผลิตอะไหล่รถจักรยานยนต์ในพื้นที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 โดยเพลิงเริ่มลุกจากบริเวณโกดังด้านหลังของโรงงานและพวยพุ่งเป็นกลุ่มควันดำขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่งผลให้อาคารโรงงานได้รับความเสียหายอย่างหนัก
การปฏิบัติของหน่วยงานท้องถิ่นและการควบคุมเพลิง
เมื่อรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.กอบโชค เล็กตระกูล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง เดินทางไปยังที่เกิดเหตุร่วมกับ น.ส.กุลธิดา พยา นายอำเภอบ้านโป่ง และประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานดับเพลิงท้องถิ่นต่าง ๆ เพื่อร่วมระดมกำลังสกัดเพลิง
- มีการระดมรถดับเพลิงจากเทศบาลหลายแห่งและองค์การบริหารส่วนตำบลโดยรอบ รวมกว่า 20 คัน
- โรงงานเอกชนส่งรถฉีดโฟมของโรงงานเอสซีจีพีบ้านโป่งเข้าช่วยเสริม
- ชุดผจญเพลิงของมูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรีร่วมสนับสนุนการดับไฟ
เจ้าหน้าที่ระบุว่าเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากภายในโกดังมีวัสดุเป็นเชื้อเพลิงจำพวกอุปกรณ์ชิ้นส่วนอะไหล่ เช่น สเตอร์ เบาะรถจักรยานยนต์ รวมทั้งกระดาษและถังสารเคมี ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้การควบคุมเพลิงยากขึ้น จนต้องเปลี่ยนมาใช้การฉีดโฟมในจุดที่เสี่ยงต่อการลุกลามของสารไวไฟ
การระงับเหตุใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง กว่าที่เพลิงจะถูกควบคุมให้อยู่ในวงจำกัด เจ้าหน้าที่ต้องคงการฉีดน้ำและโฟมเป็นระยะเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟปะทุซ้ำซ้อนอีก
ความเสียหายและผลกระทบ
ผลจากเหตุเพลิง อาคารโรงงานได้รับความเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะโครงหลังคาที่พังทลายลงเกือบทั้งหมด รวมทั้งอุปกรณ์และชิ้นส่วนอะไหล่ภายในโกดังได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์
| ประเด็น | สถานะ/รายละเอียด |
|---|---|
| สถานที่ | โรงงาน พี.เอส.พี.เอ็น แมนูแฟคเจอริ่ง เลขที่ 159 หมู่ 16 ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี |
| เวลาที่เกิดเหตุ (ตามรายงาน) | เช้ามืด วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 |
| ระยะเวลาควบคุมเพลิง | กว่า 4 ชั่วโมง |
| ผู้ได้รับบาดเจ็บ/เสียชีวิต | เบื้องต้นไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต |
สาเหตุเบื้องต้นและการสอบสวน
จากการสอบสวนในเบื้องต้น ผู้เฝ้าหน้าร้านซึ่งอยู่ด้านหน้าโรงงานได้ยินเสียงคล้ายมีบางอย่างระเบิดมาจากภายใน ก่อนจะพบเปลวไฟลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงตั้งสมมติฐานว่าเหตุอาจเกิดจากปัญหาไฟฟ้า เช่น การลัดวงจรหรือหม้อแปลงระเบิด แต่สาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอผลการตรวจสอบจากชุดกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดราชบุรีที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อหาหลักฐานและสาเหตุอย่างละเอียด รวมถึงการประเมินมูลค่าความเสียหาย
ในชั้นการรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลจากผู้เห็นเหตุการณ์เพื่อประกอบการสืบสวนและสรุปสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป
ข้อสังเกตเชิงความปลอดภัย
เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของโรงงานที่มีการเก็บวัสดุและสารเคมีซึ่งเป็นเชื้อเพลิงภายในอาคารเดียวกันกับพื้นที่ผลิต จุดเกิดเหตุที่มีอุปกรณ์และบรรจุภัณฑ์จำนวนมากทำให้เพลิงลุกลามได้รวดเร็ว การเตรียมมาตรการป้องกันและแผนรับมือฉุกเฉิน รวมถึงการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและหม้อแปลง จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการตรวจสอบและปรับปรุง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเร่งสรุปผลการตรวจสอบ เพื่อนำไปสู่การดำเนินการด้านมาตรการความปลอดภัยและการประเมินความเสียหายต่อไป