เมื่อวันที่เจ้าหน้าที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีการเรียกรับเงินในการสอบท้องถิ่น ซึ่งเป็นคดีที่ประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนและส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานตรวจสอบระดับชาติ โดยในวันตรวจสอบได้มีการเรียกผู้ต้องหาและผู้เสียหายให้มาสอบปากคำแล้ว
การตรวจสอบและการเรียกตัวผู้เกี่ยวข้อง
จากการสืบสวนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำจำนวน 3 คนประกอบด้วย นายประยูร เดชหาญ, นายณัฐกฤต ไตรรัตน์ และ นายประวิทย์ จารุรัชกุล (เฮง) ขณะเดียวกันมีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ที่จ่ายเงินเพื่อหวังเข้ารับราชการท้องถิ่นมาให้ปากคำด้วย
การลงพื้นที่ของ DSI เกิดขึ้นหลังจากมีการยื่นเอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับคดีต่อคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) โดย ส.ส.ท้องถิ่นรายหนึ่งได้นำข้อมูลชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ซึ่งทำให้หน่วยงานส่วนกลางประสานงานเพื่อลงมาตรวจสอบในพื้นที่เพิ่มเติม
เสียงจากผู้แทนสภาและผู้เสียหาย
หนึ่งใน ส.ส.ผู้เกี่ยวข้องซึ่งเข้าร่วมสังเกตการณ์ชี้ว่ามีผู้เสียหายมาแจ้งความในจังหวัดศรีสะเกษจำนวน 19 คดี โดยเป็นผู้ที่เดือดร้อนจากการจ่ายเงินเป็นจำนวนเงินตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสนเพื่อเป็นค่าแลกในการสอบ แต่ผลสุดท้ายกลับสอบไม่ผ่าน ส่งผลให้ผู้เสียหายหลายคนต้องขายทรัพย์สินหรือกู้หนี้นอกระบบเพื่อหาเงินจ่าย
“เมื่อมีข่าวว่า DSI ลงพื้นที่ และเรียกผู้ต้องหาและผู้เสียหายมาให้ปากคำวันนี้ มีคนหนึ่งที่ไปรับเงินคือนายหน้าที่ไปรับเงินมา ติดต่อหาคนที่จ่ายเงินบอกว่าวันนี้ไม่ต้องมาจะคืนเงินให้ทั้งหมดในวันที่ 20 ส.ค.นี้”
แหล่งข่าวจากคณะกรรมาธิการระบุว่าผู้เสียหายบางรายถูกชักชวนให้จ่ายเงินจำนวนมากถึงหลักแสน โดยผู้ถูกชักชวนอ้างว่าจะทำให้สอบผ่านการคัดเลือก และเมื่อปรากฏผลสอบแล้วผู้เสียหายกลับถูกตัดชื่อออกจากบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือก ผู้ได้รับผลกระทบจึงเดินทางมาร้องทุกข์
รายละเอียดผู้เกี่ยวข้อง (เบื้องต้น)
| ประเภท | ชื่อ/สถานะ |
|---|---|
| ผู้ต้องหา (มาสอบปากคำ) | นายประยูร เดชหาญ; นายณัฐกฤต ไตรรัตน์; นายประวิทย์ จารุรัชกุล (เฮง) |
| ผู้เสียหายที่มาให้ปากคำ | ผู้ที่จ่ายเงินเพื่อหวังสอบเข้าท้องถิ่น (มีผู้เสียหายแจ้งความรวม 19 คดีในพื้นที่) |
| ผู้สังเกตการณ์/แหล่งข้อมูล | ส.ส.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นประธาน กมธ.ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ DSI |
ผลกระทบเชิงสังคมและข้อเรียกร้อง
คดีลักษณะนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการคัดเลือกบุคลากรของหน่วยงานท้องถิ่น โดยเฉพาะเมื่อมีการเสนอว่าผู้เสียหายต้องจ่ายเงินรวมแล้วเป็นมูลค่ามหาศาลและมีผู้ถูกหลอกลวงจนเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ การร้องเรียนจากประชาชนจึงมุ่งหวังให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหาย
ฝ่ายผู้สังเกตการณ์แนะนำให้ผู้ที่ถูกทาบทามหรือจ่ายเงินแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อให้มีข้อมูลรองรับการสืบสวนและเพิ่มโอกาสในการติดตามเงินคืน จากคำชี้แจงเบื้องต้น พบว่ามีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อยอมจ่ายเงินด้วยการกู้ยืม ขายทรัพย์สิน และแบกภาระดอกเบี้ยรายวันที่เข้มข้น
ขั้นตอนต่อไปของการสืบสวน
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ DSI ยังคงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยมีการนัดหมายผู้ต้องหาและผู้เสียหายลงให้ปากคำเพิ่มเติมในวันถัดไป การดำเนินคดีจะขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่รวบรวมได้จากพื้นที่ หากพบมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องระดับสูงกว่าผู้ถูกเรียกวันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจขยายการสืบสวนต่อไป
- แนะนำสำหรับประชาชน: หากมีผู้อ้างสิทธิ์ให้บริการในการจัดสอบหรือชักชวนให้จ่ายเงิน ควรเก็บหลักฐานการติดต่อและแจ้งความทันที
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: DSI และตำรวจท้องที่เป็นหน่วยหลักในการสืบสวน ขณะที่ กมธ.ป.ป.ช.ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลเชิงนโยบายและการชี้แจงจากหน่วยงานรัฐ
WE NEWS จะติดตามความคืบหน้าการสืบสวนและการดำเนินคดีในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษอย่างต่อเนื่อง และรายงานรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลใหม่จากหน่วยงานที่รับผิดชอบ