จังหวัดเชียงใหม่เตรียมรับมือกับผลผลิตพลับที่คาดว่าจะออกสู่ตลาดจำนวนมากในเดือนสิงหาคม โดยข้อมูลการผลิตปี 2569 ระบุว่าพื้นที่ปลูกรวมทั้งจังหวัดประมาณ 3,299 ไร่ คาดว่าจะให้ผลผลิตรวมราว 4,194 ตัน ซึ่งช่วงพีกของการออกผลจะอยู่ในเดือนสิงหาคม คิดเป็นประมาณ 57 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 2,382 ตัน
สถานการณ์การเก็บเกี่ยวตามอำเภอ
ข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพลับในปี 2569 ระบุว่ามีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนจำนวน 91 ครัวเรือน แบ่งเป็น 120 แปลง พื้นที่รวม 469.13 ไร่ ขณะนี้มีการเก็บเกี่ยวแล้วประมาณ ร้อยละ 80 หรือราว 3,342 ตัน เหลือผลผลิตคงค้างในแปลงอีกประมาณ ร้อยละ 20 หรือ 852 ตัน
การกระจายผลผลิตในพื้นที่ต่าง ๆ แตกต่างกันไป เช่น ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม เป็นแหล่งปลูกสำคัญมีพื้นที่ประมาณ 460 ไร่ เกษตรกรประมาณ 100 ครัวเรือน คาดว่าจะได้ผลผลิตประมาณ 464 ตัน โดยผลผลิตจะทยอยออกในช่วงต้นถึงกลางเดือนสิงหาคมและคาดว่าจะเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยวภายในสิ้นเดือนสิงหาคม
| อำเภอ | สัดส่วนการเก็บเกี่ยว (โดยประมาณ) | ราคาพลับหน้าสวน (บาท/กก.) |
|---|---|---|
| แม่แจ่ม | เกือบเสร็จ (คาดจบภายในส.ค.) | ประมาณ 5 (คาดเพิ่มเป็น 7–8 ปลายเดือน) |
| จอมทอง | ประมาณ 70% | พลับก่อนบ่ม ~20 / บ่มเกรด A 30 / เกรด B 25 / อื่น ๆ ~20 |
| แม่วาง | ประมาณ 50% (คาดอีก 50% ในส.ค.) | ประมาณ 10 |
| สะเมิง | ประมาณ 80% | ประมาณ 5–6 |
ความเสี่ยงหลังการเก็บเกี่ยวและความจำเป็นของการจัดการ
พลับเป็นผลไม้ที่มีลักษณะสุกพร้อมกันและเน่าเสียง่าย ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยวได้แก่ ผลสุกเกิน ถูกทำลายจากแมลง หรือการเก็บที่ใช้วิธีตัดกิ่งซึ่งอาจทำให้ผลเกิดรอยช้ำและเน่าเสียเร็วขึ้น ดังนั้นการบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เช่น การคัดแยกคุณภาพ การรวบรวมและการชะลอการจำหน่ายโดยมีสถานที่พักผลผลิตที่เหมาะสม ถือเป็นเรื่องสำคัญในการลดการสูญเสียและเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกร
ในด้านราคา สถานการณ์ต่างอำเภอสะท้อนโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการคัดเกรดและการบ่มที่ถูกต้อง โดยกรณีอำเภอจอมทองพบว่าพลับบ่มเกรด A มีราคาสูงถึง 30 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่พลับหน้าสวนยังอยู่ที่ราว 20 บาทต่อกิโลกรัม
มาตรการจากหน่วยงานภาครัฐ
เพื่อบรรเทาปัญหาการล้นตลาดและช่วยให้เกษตรกรสามารถกำหนดราคาจำหน่ายได้มากขึ้น มีการสั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรประสานกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่เพื่อขยายช่องทางการจำหน่าย โดยเตรียมแนวทางดังนี้
- รับพรีออเดอร์จากผู้บริโภคและตลาดปลายทาง เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการขายและกำหนดราคาด้วยตนเอง
- เปิดพื้นที่จำหน่ายผ่านตลาดเกษตรกรบริเวณสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นช่องทางตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค
- สนับสนุนการจัดหาสถานที่พักและจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว เช่น ห้องพักผลผลิตหรือล้งชั่วคราว เพื่อลดการเน่าเสีย
“จำเป็นต้องบริหารจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวอย่างเหมาะสม ทั้งการคัดคุณภาพ การรวบรวมผลผลิต และการชะลอการจำหน่าย ซึ่งอาจต้องมีห้องหรือสถานที่สำหรับพักและจัดการผลผลิตเพื่อเพิ่มทางเลือกด้านการตลาด”
มาตรการเหล่านี้มุ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงตลาดได้โดยตรงและลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลางในช่วงที่ผลผลิตออกมากพร้อมกัน นอกจากนี้ การสนับสนุนด้านแปรรูปและการเพิ่มมูลค่า เช่น การผลิตพลับแห้งหรือนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ จะเป็นทางเลือกในการยืดอายุการค้าและกระจายรายได้ตลอดทั้งปี
สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่ ประเด็นที่ควรติดตามคือจังหวะการออกผล ต้นทุนการจัดเก็บ การคัดเกรด รวมถึงช่องทางการสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับการสนับสนุนด้านการตลาดและแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะในอำเภอที่ยังมีผลผลิตรอการเก็บเกี่ยวจำนวนมาก หากไม่ได้รับการจัดการที่เหมาะสมมีความเสี่ยงที่จะเกิดการเสื่อมสภาพของผลผลิตและส่งผลกระทบต่อรายได้
ภาพรวมของพลับจังหวัดเชียงใหม่ในปีนี้จึงขึ้นกับการประสานงานระหว่างเกษตรกร หน่วยงานส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานพาณิชย์ เพื่อให้ผลผลิตที่มีมูลค่าถูกส่งออกสู่ตลาดอย่างเป็นระบบ ลดการสูญเสีย และเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนพื้นที่ปลูก