เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบจังหวัดเชียงใหม่ นำโดยนายอรุณ โปธิตา พร้อมสมาชิกกว่า50 คน เดินทางมายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ช่วยรับซื้อใบยาสูบแห้งที่เหลือจากการผลิตปีล่าสุด และเสนอแนวทางทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) จะไม่ขอความช่วยเหลือรับซื้อในปีถัดไป
ปริมาณผลผลิตล้นโควต้า ต้นทุนเพิ่ม กระทบรายได้ชาวไร่
ผู้ยื่นหนังสือระบุว่า ในฤดูกาลผลิต พ.ศ. 2568–2569 ปริมาณผลผลิตใบยาสูบมีมากกว่าที่การยาสูบแห่งประเทศไทยกำหนดเป็นโควต้า เนื่องจากสภาพอากาศและการใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีใบยาสูบแห้งคงเหลือรวมทั้งสิ้น 345,773 กิโลกรัม แบ่งเป็นสถิติรายสถานีดังนี้
| สถานี/ผู้บ่ม | ปริมาณ (กก.) |
|---|---|
| สถานีแม่เลน อ.แม่ออน | 52,945 |
| สถานีห้วยไซ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน | 55,328 |
| สถานีปางทาง อ.แม่แตง | 35,700 |
| สถานีสันมหาพน อ.แม่แตง | 13,800 |
| ผู้บ่มอิสระ | 37,000 |
ข้อเรียกร้องและเหตุผลของเกษตรกร
ในการยื่นหนังสือ กลุ่มเกษตรกรระบุสาเหตุและข้อเรียกร้องหลัก ดังนี้
- ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 20% เช่น ค่าไถดินจากไร่ละ 650 บาท เพิ่มเป็น 850 บาท
- ผลผลิตปีนี้มากกว่าที่คาดการณ์ ทำให้มีใบยาสูบแห้งเหลือคงคลังจำนวนมาก
- ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับซื้อใบยาสูบแห้งที่เหลือเป็นการซื้อ นอกโควต้า โดยแบ่งเกรดและราคาตามคุณภาพ
- พร้อมยินดีทำ MOU ระหว่างเกษตรกรกับหน่วยงานผู้รับซื้อ เพื่อยืนยันว่าในปีถัดไปจะไม่ขอความช่วยเหลือให้รับซื้อผลผลิตคงเหลืออีก
“สาเหตุที่ขอรับซื้อใบยาสูบอบแห้งนอกโควต้า เนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่ม 20% ... ดังนั้นขอให้รับซื้อกิโลกรัมละ 450 บาท”
ในหนังสือขอความอนุเคราะห์ ระบุราคาที่ต้องการให้รับซื้อบางสายพันธุ์หรือบางเกรดอาจตกลงที่ 350 บาท/กิโลกรัม ขึ้นกับคุณภาพ แต่โดยรวมขอเกณฑ์การรับซื้อที่เอื้อต่อการอยู่รอดของชาวไร่ยาสูบ
กระบวนการยื่นเรื่องและผู้เกี่ยวข้อง
รายงานข่าวระบุว่าการยื่นหนังสือทำตามขั้นตอน โดยเริ่มจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ส่งต่อถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ต่อไปยังผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย และหน่วยงานระดับสูงที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันมีผู้แทนจากสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ มาสังเกตการณ์และให้กำลังใจกลุ่มเกษตรกรด้วย
สำหรับความคาดหวังของเกษตรกร คือการได้รับการพิจารณารับซื้อผลผลิตที่คงเหลืออย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสี่ยงทางการเงินและเป็นช่องทางจัดการผลผลิตส่วนเกินในฤดูกาลนี้ โดยยืนยันเจตนารมณ์ที่จะจัดการปัญหาในระยะยาวผ่านการทำ MOU
ผลกระทบต่อท้องถิ่นและสิ่งที่ต้องติดตาม
เรื่องนี้ไม่เพียงเป็นปัญหาของเกษตรกรรายย่อยเท่านั้น แต่สะท้อนสภาพตลาดยาสูบทั้งระบบ ทั้งเรื่องการกำหนดโควต้า ราคากลาง และการลักลอบนำเข้าที่กระทบต่อราคาภายในประเทศ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถหามาตรการรองรับผลผลิตส่วนเกินได้ อาจเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจในชุมชนปลูกยาสูบของจังหวัดเชียงใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จะติดตามความคืบหน้าการตอบรับจากผู้ว่าราชการจังหวัดและการยาสูบแห่งประเทศไทย รวมทั้งผลของการประชุมหรือการลงนาม MOU หากมีความคืบหน้า WE NEWS จะรายงานให้ทราบทันที
ผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจร่วมติดตามเหตุการณ์ สามารถติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอหรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นช่องทางที่เกษตรกรใช้ยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการ
ชัยวัฒน์ ทองดี
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดเชียงใหม่, WE NEWS