ภูเก็ต — การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์สัญชาติไทยเมื่อ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ประกาศเข้าถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ในสัดส่วน 68.87% ซึ่งถือเป็นก้าวที่ชัดเจนในการขยายธุรกิจสู่ตลาดภูเก็ตและพื้นที่อันดามัน
เหตุผลและกลยุทธ์การเข้าตลาดภูเก็ต
ASW ซึ่งมีพื้นฐานจากการพัฒนาคอนโดมิเนียมรอบสถานศึกษาหรือที่รู้จักว่า “คอนโดแคมปัส” ในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง ใช้โอกาสควบรวมกับ TITLE เพื่อผสานความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและนวัตกรรมของตัวเองเข้ากับเครือข่ายการขายและความเข้าใจเชิงลึกเรื่องทำเลของ TITLE ซึ่งทำตลาดในภูเก็ตมานานกว่า 15 ปี
ปัจจัยที่ทำให้ภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายของนักลงทุนคือความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การมีโรงพยาบาลระดับมาตรฐาน สถาบันการศึกษานานาชาติ และท่าเทียบเรือยอชต์ ซึ่งช่วยดึงกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงจากยุโรป รัสเซีย และประเทศอื่นๆ ให้มองภูเก็ตเป็นพื้นที่อยู่อาศัยระยะยาว ไม่ใช่เพียงจุดหมายท่องเที่ยวชั่วคราว
แบ็กล็อกและภาพรวมทางการเงิน
จากการเคลื่อนไหวดังกล่าว ASW ระบุว่ามีเป้าหมายที่จะผลักดันยอดขายและแบ็กล็อกในภูเก็ตให้เติบโต โดยข้อมูลที่เผยบ่งชี้ว่าแบ็กล็อกรวมอยู่ในระดับประมาณ 30,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนโอกาสรายได้ในระยะกลางถึงยาวสำหรับบริษัทและซัพพลายเชนท้องถิ่น
| ตัวชี้วัด | ค่าที่ระบุ |
|---|---|
| สัดส่วนการถือหุ้นของ ASW ใน TITLE | 68.87% |
| แบ็กล็อกที่คาดการณ์ | 30,000 ล้านบาท |
การรวมศักยภาพดังกล่าวยังหมายถึงการนำสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าต่างชาติราคาสูงเข้ามาเสริมทัพในภูเก็ต ทั้งผลิตภัณฑ์อาคารพักอาศัยระดับพรีเมียมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยถาวร
ผลต่อธุรกิจท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม
การขยายตัวของโครงการอสังหาริมทรัพย์จะสร้างงานก่อสร้าง งานบริการ และการบริโภคที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริการ แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการทรัพยากรน้ำ การใช้ที่ดิน และการคมนาคม ซึ่งเป็นประเด็นที่ชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐ และผู้พัฒนาควรหารือร่วมกันเพื่อออกแบบโครงการที่ยั่งยืน
ในมุมธุรกิจ การผสานเครือข่ายเอเย่นต์ต่างชาติของ TITLE กับความเชี่ยวชาญด้านออกแบบและนวัตกรรมของ ASW อาจช่วยลดต้นทุนการตลาดและเพิ่มอัตราการขายให้กับโครงการ นอกจากนี้การดึงกลุ่มลูกค้า Permanent Resident จะช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่นตลอดทั้งปี ไม่ขึ้นกับฤดูกาลท่องเที่ยวเท่านั้น
คำยืนยันจากผู้บริหาร
“ตราบใดที่ฤดูกาลยังเป็นแบบนี้ ทั้งยุโรป รัสเซีย และคนเมืองหนาว ยังไงก็ต้องอยากมาภูเก็ต ภูเก็ตไม่มีวันตายเพราะสภาพอากาศและทัศนียภาพเป็นแบบนี้ การเข้ามาของชาวต่างชาติไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวชั่วคราว แต่คือการย้ายเข้ามาเป็น Permanent Resident ที่เข้ามาเติมเต็มประชากรคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง สร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจในระยะยาว”
คำกล่าวข้างต้นมาจากผู้บริหารของ ASW ที่อธิบายถึงมุมมองต่อศักยภาพของภูเก็ตและแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังการเข้าลงทุนครั้งนี้
สิ่งที่ต้องติดตาม
แนวทางการพัฒนาและการบริหารจัดการโครงการหลังการควบรวมจะเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งในแง่ของแบบผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอต่อผู้ซื้อ ความร่วมมือกับภาคส่วนท้องถิ่น และมาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากดำเนินการสอดคล้องกับบริบทของเมืองและความต้องการของชุมชน โอกาสในการสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจและสังคมก็จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
- การควบรวมจะเพิ่มกำลังการพัฒนาโครงการระดับพรีเมียมในภูเก็ต
- กลุ่มลูกค้าต่างชาติเปลี่ยนบทบาทจากนักท่องเที่ยวสู่ผู้อยู่อาศัยถาวร
- ความร่วมมือกับเครือข่ายเอเย่นต์ต่างชาติช่วยขยายตลาดและลดต้นทุนการขาย
สำหรับภูเก็ต ในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่เปลี่ยนบทบาทมาเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของผู้มีกำลังซื้อสูง ความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการใหญ่เช่น ASW เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายต่อการบริหารการเติบโตในแนวทางที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น