วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569 คณะองคมนตรีนำโดย นายพลากร สุวรรณรัฐ ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมด้วยหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล และคณะอนุกรรมการ เดินทางมาประชุมและติดตามการดำเนินงานที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
สรุปภารกิจและแผนการติดตาม
การประชุมของอนุกรรมการในครั้งนี้มีการสรุปภารกิจประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งช่วงที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามงานทั้งหมด 6 ครั้ง ครอบคลุม 6 จังหวัด จำนวน 19 โครงการ และยังรวมถึงการดูแล 7 ฐานความมั่นคง ตลอดจนสถานะของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ดำเนินอยู่ ทั้งที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่ประชุมพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม การแต่งตั้งคณะทำงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนการบูรณาการระบบการวางแผนเพื่อการบริหารจัดการงานภายใต้กรอบเดียว (One Plan) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามผลและการดำเนินงานในปีงบประมาณต่อไป
การติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำกง
ช่วงบ่ายคณะเดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำกงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในอำเภอหนองไผ่ เพชรบูรณ์ เพื่อรับฟังรายงานความคืบหน้าโครงการ ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำและการบริหารจัดการน้ำของกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่
ข้อมูลที่รายงานระบุว่าอ่างเก็บน้ำคลองลำกงสามารถช่วยส่งน้ำเพื่อการเกษตรได้ในพื้นที่กว้าง โดยในฤดูฝนรองรับพื้นที่เพาะปลูกได้ถึง 50,000 ไร่ และในฤดูแล้งรองรับได้ประมาณ 22,000 ไร่ นอกจากการสนับสนุนน้ำเพื่อการเพาะปลูกแล้ว โครงการยังช่วยบรรเทาอุทกภัยตามสองฝั่งลำน้ำกงและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดที่ชุมชนสามารถนำไปบริโภคและสร้างรายได้เสริม
| ด้าน | ข้อมูลที่รายงาน |
|---|---|
| พื้นที่รับประโยชน์ (ฤดูฝน) | 50,000 ไร่ |
| พื้นที่รับประโยชน์ (ฤดูแล้ง) | 22,000 ไร่ |
ความหมายเชิงระบบนิเวศและชุมชน
โครงการอ่างเก็บน้ำและการฟื้นฟูต้นน้ำเป็นตัวอย่างการเชื่อมโยงระหว่างการจัดการทรัพยากรน้ำและความมั่นคงทางอาหารของชุมชน การเก็บกักน้ำตั้งแต่ต้นน้ำช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำหลากในช่วงฝนและลดผลกระทบจากภัยแล้งในช่วงขาดน้ำ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการพึ่งพิงการเกษตรของครัวเรือนในพื้นที่สูงของจังหวัดเพชรบูรณ์
ในภาพรวม การดำเนินงานที่ต่อยอดจากพระราชดำริมุ่งให้เกิดความยั่งยืนทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจฐานราก โดยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐในระดับจังหวัดและชุมชนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้โครงการขับเคลื่อนไปได้
แนวทางการขับเคลื่อนต่อไป
ที่ประชุมได้เห็นพ้องกันในหลายประเด็นเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการ อาทิ
- จัดตั้งคณะทำงานระดับพื้นที่เพื่อผลักดันโครงการต่อเนื่อง
- นำระบบการวางแผนแบบบูรณาการ (One Plan) มาใช้สนับสนุนการติดตามและประเมินผล
- เน้นการพัฒนาศักยภาพกลุ่มผู้ใช้น้ำให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
การประชุมและการลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาและต่อยอดพระราชปณิธานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในระดับพื้นที่ ทั้งในมิติการจัดการน้ำ การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และการสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
ในยามที่ผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรง การวางแผนจัดการทรัพยากรน้ำและการฟื้นฟูต้นน้ำถือเป็นกลไกสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อชุมชนเกษตรกรรม โดยการติดตามและการประเมินผลอย่างเป็นระบบจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในระยะยาว