การศึกษา นครราชสีมา นครราชสีมา (20)

อบจ.โคราชเรียกด่วน 58 โรงเรียนถอดบทเรียนเหตุร้าย ห่วงนักเรียนซึมเศร้ารุนแรง 246 ราย

อบจ.นครราชสีมาเรียกประชุมผู้บริหารโรงเรียนในสังกัด 58 แห่ง เดินหน้าคัดกรองสุขภาพจิตหลังเหตุยิงในสถานศึกษา พบผลคัดกรองปีการศึกษา 2569 นักเรียนซึมเศร้าระดับรุนแรง 246 ราย เน้นระบบเฝ้าระวัง คัดกรอง และบูรณาการหน่วยบริการสุขภาพชุมชน

อบจ.โคราชเรียกด่วน 58 โรงเรียนถอดบทเรียนเหตุร้าย ห่วงนักเรียนซึมเศร้ารุนแรง 246 ราย
©ภาพประกอบ ศักดิ์ชัย พูนทรัพย์ / we-news.com

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา (อบจ.นครราชสีมา) เรียกประชุมด่วนผู้บริหารสถานศึกษา ครูแกนนำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังเกิดเหตุร้ายภายในสถานศึกษา เพื่อถอดบทเรียนและกำหนดมาตรการป้องกันความปลอดภัยและการดูแล สุขภาพจิต ของนักเรียนในพื้นที่ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ครอบคลุมโรงเรียนสังกัด อบจ.จำนวน 58 แห่ง ทั้งในเขต 32 อำเภอ

ผลคัดกรองเผยตัวเลขที่น่าเป็นห่วง

การประชุมซึ่งมีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นประธาน ได้เผยผลการคัดกรองภาวะซึมเศร้าของนักเรียนในปีการศึกษา 2569 ที่ดำเนินการในกลุ่มนักเรียนที่สมัครใจเข้ารับการคัดกรอง จำนวนทั้งสิ้น 10,837 ราย จากนักเรียนทั้งหมด 29,782 รายในสังกัด พบการจำแนกระดับภาวะซึมเศร้าดังนี้

ระดับภาวะซึมเศร้า จำนวน (ราย)
รุนแรง 246
มาก 580
ปานกลาง 1,599
เล็กน้อย 3,787
ไม่พบภาวะซึมเศร้า 4,625

การตอบโต้และมาตรการเร่งด่วน

อบจ.นครราชสีมาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และกองสาธารณสุข เดินหน้าภายใต้โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (TO BE NUMBER ONE) ร่วมกับการอบรมครูและนักเรียน เพื่อเสริมสร้างทักษะการดูแลตนเองและเพื่อน รวมถึงให้ครูมีบทบาทในการคัดกรองและเฝ้าระวังในระดับโรงเรียน

นอกจากมาตรการทางการศึกษาแล้ว อบจ.ยังยืนยันการบูรณาการกับหน่วยบริการสุขภาพชุมชน โดยใช้เครือข่ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน 182 แห่ง ในสังกัด เพื่อให้คำปรึกษาและดำเนินการคัดกรองสุขภาพจิตทั้งในโรงเรียนและชุมชนอย่างเป็นระบบ

ทิศทางการทำงานเชิงระบบ

การประชุมเน้นย้ำว่า การป้องกันเหตุร้ายและการดูแลสุขภาพจิตของเด็กไม่ควรมองเป็นหน้าที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องเป็นงานร่วมกันระหว่างครู ครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานสาธารณสุข โดยมาตรการที่หารือมีทั้ง

  • การเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านสุขภาพจิตให้กับครู
  • การจัดระบบคัดกรองนักเรียนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
  • การสร้างเครือข่ายครูแกนนำสำหรับการติดตามกลุ่มเสี่ยง
  • การเชื่อมโยงบริการให้คำปรึกษาจาก รพ.สต.และหน่วยบริการสาธารณสุขท้องถิ่น
  • การทบทวนมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาที่ไม่เน้นเพียงการเพิ่มอุปกรณ์ความปลอดภัย แต่ให้ความสำคัญกับการป้องกันเชิงสังคม

ผลต่อชุมชนและครูในพื้นที่

สำหรับครูและผู้บริหารสถานศึกษาที่มาร่วมประชุม ต่างสะท้อนถึงความไม่สบายใจของผู้ปกครองและแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์ร้าย ซึ่งทำให้การทำงานด้านการเรียนการสอนต้องผนึกกับการดูแลสภาพจิตใจผู้เรียน ทั้งนี้ อบจ.เน้นให้การดำเนินงานต้องเร็วและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการทับซ้อนของปัญหาและลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุซ้ำ

สิ่งที่ต้องติดตาม

ในระยะถัดไป ชุมชนจะต้องติดตามการนำข้อเสนอจากการประชุมไปปฏิบัติจริง โดยเฉพาะการขยายการคัดกรองไปยังนักเรียนที่ยังไม่ได้สมัครใจตรวจ รวมทั้งผลการเชื่อมโยงบริการของ รพ.สต.กับโรงเรียนในระดับอำเภอและตำบล เพื่อให้เกิดเครือข่ายการดูแลที่เข้มแข็งและยั่งยืน

การจัดประชุมครั้งนี้สะท้อนความพยายามของหน่วยงานท้องถิ่นที่จะมองปัญหาในมิติสาธารณสุขจิตควบคู่ไปกับมาตรการความปลอดภัย แต่การป้องกันเชิงรุกต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นครู ผู้ปกครอง นักพัฒนาเยาวชน และบุคลากรสาธารณสุขในชุมชน เพื่อให้โรงเรียนกลับมาเป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งกายและใจสำหรับเด็กเยาวชน

ผู้ปกครองหรือครูที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือแนวทางการคัดกรอง สามารถติดต่อสำนักงานการศึกษาในพื้นที่หรือ รพ.สต.ประจำตำบลเพื่อรับคำแนะนำและการประสานการช่วยเหลือตามความจำเป็น

ศักดิ์ชัย พูนทรัพย์
ศักดิ์ชัย AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ศักดิ์ชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

20นครราชสีมา

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นครราชสีมา ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว