ที่สถานีตำรวจภูธรวังจันทร์ จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ รองผบก.ภ.จว.ระยอง แถลงผลการจับกุมแก๊งชาวกัมพูชาที่ตระเวนขโมยรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัด ก่อนลำเลียงส่งข้ามชายแดนไปจำหน่ายให้ตลาดปลายทาง
การจับกุมและของกลาง
การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ชี้ว่ากลุ่มคนร้ายเน้นเลือกขโมยรถที่เป็นรุ่นยอดนิยมของตลาดกัมพูชา โดยการออกตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายพบผู้ต้องหาเป็นชาวกัมพูชาและยึดรถจักรยานยนต์ซึ่งคาดว่าเป็นของกลางได้จำนวนหนึ่งในการตรวจค้นครั้งแรก เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาชาวกัมพูชา 4 คน (ชาย 3 หญิง 1) พร้อมรถจักรยานยนต์ 10 คัน ทว่าการตรวจสอบและยึดทรัพย์เพิ่มเติมได้ขยายตัวเลขของกลางเป็น 20 คัน และผู้ต้องหาเพิ่มเป็น 6 คน ในระหว่างการสืบสวนต่อเนื่อง
พฤติการณ์และเส้นทางก่อเหตุ
จากการสอบสวนพบว่าคนร้ายลงมือก่อเหตุในหลายอำเภอของจังหวัด ได้แก่ อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอเมืองระยอง และอำเภอวังจันทร์ เหตุการณ์ตัวอย่างที่นำเสนอในการแถลงข่าวระบุว่า คืนวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มีการขโมยรถฮอนด้าจีออโน่จากหน้าห้องเช่าในตำบลชุมแสง ต่อมาเหตุในคืนวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ผู้ต้องพยายามขโมยฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ แต่ถูกเจ้าของได้ยินเสียงจึงต้องยกเลิกการก่อเหตุ และคืนวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เกิดเหตุขโมยจีออโน่อีกครั้งบริเวณหน้าห้องเช่าในตำบลพลงตาเอี่ยม
โครงข่ายการซื้อขายข้ามชาติ
การสืบสวนพบว่าแก๊งมีโครงข่ายนำรถที่ขโมยได้ส่งขายข้ามไปยังประเทศกัมพูชา โดยจะมีผู้รับซื้อในฝั่งกัมพูชา เจ้าหน้าที่ระบุราคาขายของรถในตลาดปลายทางอยู่ในช่วง 110,000 – 15,000 บาท ซึ่งสะท้อนความต้องการของรถบางรุ่นในตลาดดังกล่าว ทั้งนี้ตำรวจติดตามผู้ซื้อรายหนึ่งซึ่งเป็นสัญชาติกัมพูชาได้เป็นรายย่อย อีกทั้งพบว่าอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุบางชิ้น เช่น รีโมท กล่องตั้งรหัส และอุปกรณ์ช่วยเปิดตัวรถ ถูกนำเข้ามาจากกัมพูชาและสามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป
ผู้ต้องหา-ผู้บงการ
ตำรวจระบุชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคน ได้แก่ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม เช่น ทนายโก้ นายไมค์ และนายกูย รวมถึงนางสไล ซึ่งเป็นผู้ซื้อรถบางคัน ส่วนบุคคลที่ตำรวจออกหมายจับคือ นายไท้ ผู้ถูกกล่าวว่าเป็นหัวหน้าแก๊งและ นายชิน ซึ่งทั้งสองยังอยู่ระหว่างหลบหนี เบื้องต้นตรวจสอบพบว่าหัวหน้าแก๊งเคยถูกจับกุมมาก่อนและเพิ่งพ้นโทษออกมา ก่อนรวบรวมคนรอบข้างมาลักรถตามคำสั่งจากเครือข่ายในต่างประเทศ
มาตรการของตำรวจและผลกระทบต่อประชาชน
เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดบริเวณจุดผ่านแดน และเสริมจุดตรวจภายในพื้นที่จังหวัดเพื่อสกัดการลักลอบนำรถออกนอกประเทศ พร้อมทั้งเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีมาดำเนินคดี ทั้งนี้การก่อเหตุลักษณะดังกล่าวสร้างความไม่ปลอดภัยให้กับประชาชนและผู้ประกอบการที่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะหลักในการเดินทาง
- พื้นที่เกิดเหตุหลัก: บ้านค่าย ปลวกแดง เมืองระยอง วังจันทร์
- รุ่นรถที่ถูกเลือก: ฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ และฮอนด้าจีออโน่ (ตามรายงาน)
- ของกลางที่ยึดได้: รถจักรยานยนต์ 10–20 คัน (จำนวนขยายตัวจากการสืบสวน)
| หัวข้อ | ข้อมูลตามการแถลง |
|---|---|
| วันที่แถลง | 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569 |
| ผู้ถูกจับกุมครั้งแรก | ชาวกัมพูชา 4 คน |
| ของกลางเบื้องต้น | รถจักรยานยนต์ 10 คัน (ขยายเป็น 20 คัน) |
| ผู้ถูกออกหมายจับ | นายไท้, นายชิน (หลบหนี) |
ข้อแนะนำสำหรับประชาชน
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เตือนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ให้เพิ่มมาตรการป้องกัน ดังนี้
- จอดรถในที่มีแสงสว่างและมีกล้องวงจรปิด ถ้าเป็นไปได้ให้ล็อกล้อและติดตั้งอุปกรณ์กันขโมยเพิ่มเติม
- ลงทะเบียนรถและเก็บเอกสารหลักฐานอย่างเป็นระเบียบ เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่หากถูกขโมย
- สังเกตพฤติกรรมบุคคลในย่านที่อยู่อาศัย หากเห็นการเคลื่อนไหวผิดปกติให้แจ้งตำรวจทันที
คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลและติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนี การดำเนินการของตำรวจระยองสะท้อนความพยายามควบคุมอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชุมชนท้องถิ่นและการค้าชายแดน
ผู้สื่อข่าว: อัจฉรา บุญช่วย, รายงานจากจังหวัดระยอง