12 ส.ค. พ.ศ. 2569 พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร ที่ปรึกษากรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กล่าววิเคราะห์ปัญหาการครอบครองอาวุธปืนในประเทศไทยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมาไม่ใช่เพียงเรื่องความสะดวกในการหาอาวุธเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความทันสมัยและประสิทธิภาพของอาวุธที่ประชาชนถือครอง ซึ่งเพิ่มความรุนแรงเมื่อเกิดเหตุขึ้นจริง
ปืนกึ่งอัตโนมัติและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
พ.ต.อ.วิรุตม์ชี้ว่าอาวุธประเภทปืนกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งสามารถบรรจุกระสุนหลายรอบและเปลี่ยนแมกกาซีนเพื่อยิงต่อเนื่องได้ มีประสิทธิภาพและอานุภาพมากกว่าปืนรุ่นเก่า เมื่อปืนเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือผู้ที่ไม่เหมาะสมหรือถูกนำไปใช้โดยผิดกฎหมาย จึงสร้างความเสียหายรุนแรงได้มากขึ้น จึงมองว่าไม่เพียงแต่ต้องควบคุมจำนวนปืน แต่ต้องควบคุมชนิดและการเข้าถึงอาวุธประเภทนี้ด้วย
จุดอ่อนจากโครงการสวัสดิการข้าราชการ
หนึ่งในช่องโหว่ที่พ.ต.อ.วิรุตม์ยกขึ้นมาเป็นต้นตอสำคัญ คือ โครงการสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งในอดีตอนุญาตให้ข้าราชการซื้ออาวุธในราคาต่ำกว่าราคาตลาดและมีการยกเว้นภาษีนำเข้า ส่งผลให้บางรุ่นมีราคาต่ำเพียงประมาณ 2-3 หมื่นบาท ประกอบกับการมีเงื่อนไขการครอบครองและการโอน แต่ในทางปฏิบัติพบการซื้อเพื่อเก็งกำไรและ การโอนลอย ทำให้ปืนบางกระบอกไม่ได้อยู่กับผู้ครอบครองตามทะเบียน
"การเป็นตำรวจ หรือทหาร ไม่ได้หมายความว่า จะมีสิทธิพกพาอาวุธปืนได้ทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง แต่การพกพาต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย และเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่"
พ.ต.อ.วิรุตม์ย้ำว่าปืนจำนวนหนึ่งที่ถูกนำไปก่อเหตุในช่วงหลังเป็นปืนที่มีทะเบียน แต่ถูกนำไปใช้โดยบุคคลอื่นหรือใช้ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมาย ซึ่งสะท้อนปัญหาจากการควบคุมมาตรการภายในระบบและการบังคับใช้อย่างไม่เข้มงวด
แนวทางแก้ไข: เน้นการบังคับใช้กฎหมายมากกว่าการเพิ่มโทษ
ในแง่มาตรการแก้ไข พ.ต.อ.วิรุตม์ระบุว่ากฎหมายในปัจจุบันมีการกำหนดบทลงโทษไว้ค่อนข้างชัดเจนแล้ว เช่น การพกอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมุ่งไปที่การเพิ่มโทษ แต่สิ่งสำคัญคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเท่าเทียม โดยเฉพาะต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ในข้อเสนอเพื่อป้องกันปัญหา พ.ต.อ.วิรุตม์เสนอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารใช้อาวุธที่จัดให้โดยทางราชการสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ และหากเป็นอาวุธส่วนตัวควรเก็บไว้ที่บ้าน เว้นแต่กรณีที่กฎหมายอนุญาตให้พกพาได้ ซึ่งการปฏิบัติตามแนวทางนี้จะช่วยลดภาพลักษณ์การละเลยกฎหมายของเจ้าหน้าที่และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบังคับใช้กฎหมาย
- จุดปัญหา: ปืนสวัสดิการราคาต่ำ-การโอนลอย-ปืนกึ่งอัตโนมัติ
- มาตรการที่เสนอ: บังคับใช้กฎหมายเท่าเทียม, ใช้อาวุธราชการระหว่างปฏิบัติหน้าที่, เก็บอาวุธส่วนตัวที่บ้าน
- เป้าหมาย: ลดปืนที่อยู่ในความครอบครองโดยมิชอบและเพิ่มความน่าเชื่อถือของการบังคับใช้กฎหมาย
ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน
พ.ต.อ.วิรุตม์เตือนว่าหากเจ้าหน้าที่รัฐยังพกพาอาวุธโดยไม่เป็นไปตามเงื่อนไขทางกฎหมาย แต่ประชาชนถูกบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จะกระทบต่อความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อระบบกฎหมาย ดังนั้นการควบคุมอาวุธในมือเจ้าหน้าที่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ หากรัฐบาลจริงจังในการควบคุมอาวุธของประชาชน ต้องเริ่มจากการจัดการกับอาวุธในมือเจ้าหน้าที่รัฐให้ได้ก่อน
| ประเด็น | ข้อมูลจากแหล่งข่าว |
|---|---|
| วันที่ให้ข้อมูล | 12 ส.ค. พ.ศ. 2569 |
| โทษการพกอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต | จำคุกสูงสุด 5 ปี |
| ราคาปืนจากโครงการสวัสดิการ | บางรุ่นประมาณ 2-3 หมื่นบาท |
คำแนะนำของพ.ต.อ.วิรุตม์เน้นการทบทวนกระบวนการออกสวัสดิการ การตรวจสอบการโอนสิทธิ์ตามกฎหมาย และการบังคับใช้บทบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็นรูปธรรม เพื่อทั้งป้องกันการเข้าถึงอาวุธโดยมิชอบและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการรักษากฎหมาย การดำเนินการใดจะต้องประกอบด้วยความโปร่งใสและความเท่าเทียมต่อทุกฝ่าย เพื่อให้การแก้ปัญหาอาวุธปืนเป็นไปอย่างยั่งยืน