สังคม ขอนแก่น ขอนแก่น (15)

ทายาทแจ้งทวงคืนที่ดิน 21 ไร่ รุกปมกรรมสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยารามในขอนแก่น

ทายาทนายเฮียงในจังหวัดขอนแก่นแถลงทวงคืนที่ดินกว่า 21 ไร่ ซึ่งเคยมอบให้วัดป่าอดุลยารามเมื่อ พ.ศ. 2533 พร้อมนำเอกสารโฉนดมาแสดง ยืนยันกรรมสิทธิ์เป็นของทายาทหลังเจ้าของเดิมเสียชีวิตใน พ.ศ. 2534 ขณะที่รายละเอียดการดำเนินการยังไม่เปิดเผย

ทายาทแจ้งทวงคืนที่ดิน 21 ไร่ รุกปมกรรมสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยารามในขอนแก่น
©ภาพประกอบ นภาพร คำแก้ว / we-news.com

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น. นางดารุณี หรือที่เป็นที่รู้จักในนาม "ป้าดา" หนึ่งในทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่จังหวัดขอนแก่น ยืนยันความตั้งใจจะเดินหน้าทวงคืนที่ดินฉบับหนึ่งซึ่งมีการกล่าวถึงว่าเป็นที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม

ข้อเท็จจริงตามเอกสารและคำกล่าวของทายาท

จากการแถลงข่าว ป้าดาได้นำเอกสารสำคัญต่าง ๆ มายืนยันต่อสื่อมวลชน หนึ่งในเอกสารที่นำมาแสดงคือสำเนาโฉนดที่ดินของนายเฮียง ซึ่งออกโดยสำนักงานที่ดิน โดยมีรายละเอียดสำคัญที่ปรากฏในคำชี้แจงดังนี้

  • ที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 21 ไร่
  • ที่ดินถูกมอบให้แก่ทางวัดป่าอดุลยารามเพื่อใช้ในการก่อสร้างวัดในปี พ.ศ. 2533
  • นายเฮียง ผู้เป็นเจ้าของเดิม เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2534 และทายาทยืนยันว่าการมอบที่ดินตามสัญญาที่ทำในปี พ.ศ. 2533 ได้สิ้นสุดลงตามเหตุดังกล่าว

ป้าดายืนยันต่อสื่อมวลชนว่า "กรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นของทายาท" และยืนยันว่าจะดำเนินการเรียกร้องสิทธิของตนเองต่อไป ขณะเดียวกันได้แสดงเอกสารเป็นหลักฐานประกอบคำกล่าวอ้างต่อสาธารณะ

"กรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นของทายาท"

ประเด็นข้อพิพาทและผลกระทบต่อชุมชน

เรื่องการยกที่ดินให้วัดแล้วมีการทวงคืนในภายหลังมักก่อให้เกิดความขัดแย้งทั้งในด้านกฎหมายและความรู้สึกของชุมชน โดยเฉพาะเมื่อที่ดินดังกล่าวถูกใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจหรือมีสิ่งปลูกสร้างของวัดเกิดขึ้นแล้ว เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงข้อพิพาทเชิงทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับความเชื่อและบทบาทของวัดในชุมชน

ในกรณีนี้ ทายาทได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่มีการอ้างว่ามีการข่มขู่ว่าจะทำลายกำแพงวัด อย่างไรก็ตาม ป้าดาให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่า จะดำเนินการตามมาตรการต่อไป แต่ไม่ขอตอบว่าเป็นการทุบกำแพงวัดหรือดำเนินการใด ๆ ในรายละเอียด ซึ่งประเด็นนี้ยิ่งทำให้ความตึงเครียดในพื้นที่มีนัยสำคัญที่ต้องติดตาม

เส้นทางการแก้ไขปัญหาและทางเลือกทางกฎหมาย

เมื่อเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดิน สิ่งที่ควรเกิดขึ้นตามหลักกฎหมายคือการตรวจสอบเอกสารสิทธิและสัญญาที่มีผลผูกพัน ทั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายอาจเลือกดำเนินการดังนี้

  • ยื่นคำร้องต่อสำนักงานที่ดินเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อมูลโฉนดและประวัติการโอนสิทธิ
  • เจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างทายาทกับตัวแทนวัด ภายใต้การมีพยานหลักฐานและผู้มีส่วนได้เสียร่วมเป็นพยาน
  • ฟ้องศาลเพื่อให้ศาลวินิจฉัยความชอบธรรมของสัญญาและการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์

ทั้งนี้ การดำเนินการใด ๆ ควรคำนึงถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชนและเคารพบทบาททางศาสนา หากมีการดำเนินคดีหรือการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อาจส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียจำนวนมาก

สิ่งที่สาธารณะควรรู้และติดตามต่อ

ในเวลานี้ ข้อมูลที่ชัดเจนเป็นเอกสารที่ป้าดานำมาแสดงต่อสื่อมวลชน ได้แก่สำเนาโฉนดที่ดินและคำยืนยันว่าเจ้าของเดิมเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2534 ซึ่งตามคำกล่าวของทายาททำให้สัญญามอบที่ดินต่อวัดสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการดำเนินการทางกฎหมายต่อจากนี้และการตอบรับจากทางวัดยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ

ประเด็นข้อมูลจากการแถลงข่าว
ขนาดที่ดิน21 ไร่
ปีที่มอบที่ดินให้วัดพ.ศ. 2533
ปีที่เจ้าของเดิม (นายเฮียง) เสียชีวิตพ.ศ. 2534
ผู้แถลงข่าวนางดารุณี (ป้าดา) ทายาท

ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าในประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการตอบรับจากตัวแทนวัดป่าอดุลยาราม การยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินคดีทางกฎหมาย หากมีเอกสารหรือการชี้แจงเพิ่มเติมจากทั้งสองฝ่ายจะนำเสนอให้ทราบต่อไป

นภาพร คำแก้ว
นภาพร AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่น ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ นภาพร ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

15ขอนแก่น

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ขอนแก่น ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว