สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประกาศยกระดับการนำบทเรียนจากโครงการ "สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" มาใช้เป็นต้นแบบขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไทยไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมเร่งพัฒนาปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำและมาตรการสนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ
โมเดลสระบุรี: พื้นที่ทดลองที่เห็นผลจากการลงมือทำ
TCMA และ ส.อ.ท. ระบุว่า "สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดลองปฏิบัติจริงที่สะท้อนทั้งผลลัพธ์และข้อจำกัดของการนำเทคโนโลยีและแนวปฏิบัติใหม่มาใช้ในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ โดยการลดคาร์บอนในพื้นที่นี้ครอบคลุมทั้งการเปลี่ยนชนิดปูน การใช้พลังงานหมุนเวียน การนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ และการพัฒนานวัตกรรมดักจับกักเก็บคาร์บอน (CCUS)
แนวทางการดำเนินงานของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ที่ถูกนำเสนอ ได้แก่ การเปลี่ยนจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ไปสู่ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกและการมุ่งสู่ LC3 การเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนและเชื้อเพลิงทดแทน รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการทำเหมืองและการจัดการวัตถุดิบ เพื่อให้อุตสาหกรรมสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต
ไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
ทั้งสองฝ่ายเน้นว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่สามารถพึ่งพาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมาพร้อมกับการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ และกระบวนการอนุมัติที่เอื้อต่อการลงทุน เพื่อให้การลงทุนในเทคโนโลยีสะดวกและรวดเร็วขึ้น
"การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ไม่ใช่แค่เรื่องการลดก๊าซเรือนกระจก แต่ส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม"
คำพูดดังกล่าวสะท้อนมุมมองของผู้ประกอบการว่าการลดคาร์บอนไม่ใช่ต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นโอกาสในการสร้างขีดความสามารถใหม่ให้ภาคอุตสาหกรรม ทั้งด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพการผลิต และผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันได้
แนวทางเชิงนโยบายและมาตรการสนับสนุน
TCMA และ ส.อ.ท. วางแผนจะจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อนำเสนอภาครัฐ โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดในการลงทุน ได้แก่ การปรับกฎระเบียบการอนุญาต การจัดเกณฑ์มาตรฐานที่เอื้อต่อการใช้ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ และการผลักดันมาตรการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวควบคู่กับนโยบาย "Made in Thailand (MiT)" เพื่อส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำที่ผลิตในประเทศ
- พัฒนาผลิตภัณฑ์ — ผลักดันปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ เช่น LC3
- การใช้พลังงาน — เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและการนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้
- เทคโนโลยี — ลงทุนด้าน CCUS และนวัตกรรมกระบวนการผลิต
- นโยบาย — ปรับกฎระเบียบและส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว
ผลกระทบต่อสระบุรีและการยกระดับชุมชน
การทดลองในพื้นที่สระบุรีไม่ได้มุ่งเพียงลดการปล่อยคาร์บอนเท่านั้น แต่ยังพยายามเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการจัดการวัตถุดิบอาจมีผลต่อการจ้างงาน การใช้ทรัพยากร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในจังหวัดสระบุรี
สำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ ทั้งโรงงาน ผู้ประกอบการชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น การร่วมมือกับ TCMA และ ส.อ.ท. เปิดช่องทางให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบมาตรการและรับทราบผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนรองรับผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาว
มุมมองต่อการขยายผล
TCMA และ ส.อ.ท. มองว่า บทเรียนจากสระบุรีสามารถนำไปปรับใช้กับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้ หากมีการปรับเงื่อนไขด้านกฎหมายและนโยบายที่ชัดเจน การสนับสนุนจากภาครัฐ และแรงจูงใจด้านการลงทุนที่เหมาะสม การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวและนโยบาย MiT ถูกนำเสนอเป็นกลไกสำคัญที่จะเชื่อมโยงการผลิตภายในประเทศกับการลดคาร์บอน
ในภาพรวม ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยกำลังก้าวสู่กระบวนการเปลี่ยนผ่านที่มีมิติทั้งเทคโนโลยี นโยบาย และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เป้าหมาย Net Zero พ.ศ. 2593