เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 7 ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผลการตรวจค้นพบและจับกุม 5 บริษัท ซึ่งประกอบธุรกิจโรงเรียนนานาชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมตรวจสอบการซื้อ ถือครอง พัฒนา ขาย และให้เช่าวิลลาหรูที่มุ่งเป้าหมายให้บริการแก่ลูกค้าชาวอิสราเอล
การบูรณาการของหน่วยงานรัฐ
การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมทั้งมี พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้แก่ ฝ่ายปกครองจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และกรมสรรพากร เพื่อสืบสวนขยายผลและวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนในอำเภอเกาะสมุย
ผลการดำเนินงานในเชิงตัวเลข
ปฏิบัติการนี้เป็นความต่อเนื่องจากแผนปราบปรามในระดับชาติที่แบ่งการทำงานเป็นหลายเฟส โดยในช่วงก่อนหน้าทั้ง 6 เฟส เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นและตรวจสอบข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงตัวเลขที่สามารถสะท้อนขอบเขตปัญหาได้ ดังนี้
- ตรวจค้นเป้าหมายทั้ง 6 เฟส: 238 บริษัท
- ที่ดินที่ตรวจสอบ: 272 แปลง
- พื้นที่รวม: 184 ไร่ 6 งาน 93.3 ตารางวา
- มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยรวมโดยประมาณ: 2,839 ล้านบาท
- หมายจับที่ศาลอนุมัติ: 178 หมาย และหมายค้น 143 หมาย
- ผู้ต้องหาที่จับกุมตามหมายจับได้: 91 คน
- คดีที่ศาลพิพากษาแล้ว: 20 คดี (โทษจำคุกและปรับ พร้อมมาตรการให้จำหน่ายที่ดิน)
| หัวข้อ | ตัวเลข |
|---|---|
| บริษัทที่ถูกตรวจค้น (รวมหลายเฟส) | 238 แห่ง |
| ที่ดินที่ตรวจสอบ | 272 แปลง (รวมพื้นที่ 184 ไร่ 6 งาน 93.3 ตร.ว.) |
| มูลค่าประเมินรวม | ประมาณ 2,839 ล้านบาท |
| หมายจับ/หมายค้น | 178 / 143 หมาย |
นัยยะต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่
เกาะสมุยเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี การปรากฏของการใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อให้ต่างด้าวครอบครองอสังหาริมทรัพย์และดำเนินธุรกิจโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์การลงทุนและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว นโยบายของศูนย์ปราบปรามมุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อฟื้นฟูความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว
จากมุมมองเศรษฐกิจ ทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงและการลงทุนในที่ดินบนเกาะมีผลต่อราคาที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์โดยรวม การตรวจสอบและการดำเนินคดีต่อการครอบครองที่ดินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อระบบตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ท่องเที่ยว
แนวทางและมาตรการต่อไป
เจ้าหน้าที่ระบุว่า จะเดินหน้าขยายผลการสืบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมดำเนินมาตรการให้ศาลสั่งจำหน่ายที่ดินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หากไม่ปฏิบัติตามให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีอำนาจจัดการต่อไป
การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของภาครัฐในการควบคุมการปฏิบัติผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและภาคการท่องเที่ยว แต่ยังต้องติดตามผลการดำเนินคดีที่ศาลและการฟื้นฟูความเชื่อมั่นในภาพรวมของพื้นที่ต่อไป
สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ เกาะสมุยยังคงเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่สำคัญ การบังคับใช้กฎหมายและความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นน่าจะช่วยให้การลงทุนในระยะยาวมีความยั่งยืนมากขึ้น ทั้งในมิติการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น