ภูเก็ต — กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย "เศรษฐกิจเวลเนส" โดยใช้การเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุม GWS 2026 ณ จังหวัดภูเก็ต เป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางบริการสุขภาพและเวลเนสระดับโลก โครงการนี้ชูแนวทางเชิงนโยบายผ่านการบูรณาการระบบสาธารณสุข วัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนสำหรับชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น
แนวทางหลักจากกระทรวงสาธารณสุข
การขับเคลื่อนมิติสุขภาพเชิงเศรษฐกิจครั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขกำหนด 4 เสาหลัก ด้านเวลเนส ที่เป็นกรอบการดำเนินงานเพื่อสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม ดังนี้
- ยกระดับการแพทย์และเวลเนส (Thai Medical & Wellness Hub) — มุ่งพัฒนามาตรฐานการบริการทางการแพทย์ การแพทย์เชิงป้องกัน และการฟื้นฟูสุขภาพให้เป็นสากล เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการเชิงป้องกันคุณภาพและสร้างงานทักษะสูง
- ยกระดับนวดไทยและภูมิปัญญา (Thai Traditional Medicine & Soft Power) — นำภูมิปัญญาไทยด้านการนวดและการแพทย์แผนไทยมาสร้างอัตลักษณ์ระดับโลก เพิ่มมูลค่าสินค้าบริการและยกระดับรายได้ของหมอนวดและผู้ประกอบการ
- นวัตกรรมสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Herbal Innovation & Wellness Products) — ส่งเสริมการแปรรูปสมุนไพรด้วยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและสร้างความต้องการวัตถุดิบอินทรีย์
- เชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก (Grassroots & Community Connectivity) — เปิดช่องทางการตลาดให้ชุมชนผู้ผลิตและผู้ประกอบการรายย่อยได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
นโยบายสาธารณสุขที่สอดรับ
นอกจาก 4 เสาหลักด้านเวลเนสแล้ว กระทรวงสาธารณสุขยังวางรากฐานเชิงระบบผ่าน 7 นโยบายเสาหลักสาธารณสุขไทย เพื่อยกระดับคุณภาพระบบสุขภาพโดยรวม ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพผ่านเครือข่ายบริการปฐมภูมิ การผลักดันนวัตกรรมการแพทย์อัจฉริยะ การสร้างเศรษฐกิจสุขภาพ การบริหารจัดการที่โปร่งใส การเตรียมความพร้อมรับวิกฤต การยกระดับโรงพยาบาลสีเขียว และการสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรสาธารณสุข
โอกาสและผลกระทบต่อภูเก็ต
การนำเสนอศักยภาพผ่านงาน GWS 2026 ในภูเก็ต คาดว่าจะสร้างกระแสความสนใจทั้งจากผู้ลงทุน ผู้ให้บริการสุขภาพและนักท่องเที่ยวเชิงเวลเนส ซึ่งจังหวัดภูเก็ตในฐานะพื้นที่ท่องเที่ยวระดับนานาชาติมีความพร้อมด้านที่พักและโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงแนวคิดเวลเนสเข้ากับการท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้กระจายสู่ชุมชน ตั้งแต่ผู้ประกอบการสปา หมอนวดพื้นบ้าน เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร และธุรกิจบริการต่อเนื่อง
ประเด็นที่ต้องเตรียมรับมือ
แม้แผนงานจะมีศักยภาพ แต่การขยายเศรษฐกิจเวลเนสให้ยั่งยืนนั้นต้องอาศัยการประสานงานระหว่างหน่วยงาน การพัฒนามาตรฐานบุคลากร และการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพร อีกทั้งต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรท้องถิ่น เพื่อไม่ให้การเติบโตด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกลายเป็นภาระแก่ชุมชนในระยะยาว
| ประเด็น | เป้าหมาย |
|---|---|
| การแพทย์และเวลเนส | มาตรฐานสากล-การฟื้นฟู-การป้องกัน |
| นวดไทยและภูมิปัญญา | ยกระดับทักษะ-มูลค่าสินค้า |
| สมุนไพรและผลิตภัณฑ์ | แปรรูป-เพิ่มมูลค่า-ตลาดรองรับ |
| เศรษฐกิจฐานราก | เชื่อมตลาด-กระจายรายได้สู่ชุมชน |
จุดเน้นเชิงปฏิบัติการ
การขับเคลื่อนต้องแปลงเป็นมาตรการเชิงปฏิบัติ เช่น การฝึกอบรมบุคลากร การรับรองคุณภาพบริการ การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรแบบอินทรีย์ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ไม่ละเลยสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้การเติบโตไม่เพียงแต่เป็นตัวเลข แต่เกิดประโยชน์ที่จับต้องได้ต่อประชาชนในพื้นที่
สำหรับจังหวัดภูเก็ต ผู้ประกอบการท้องถิ่นทั้งโรงแรม สปา และคลินิกเวชกรรมเชิงฟื้นฟู ควรเตรียมปรับรูปแบบบริการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และมองหาช่องทางเชื่อมโยงกับเครือข่ายชุมชนผู้ผลิตสมุนไพร เพื่อให้โอกาสจากงาน GWS 2026 ถูกกระจายสู่ฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเวลเนสจึงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ภารกิจต่อจากนี้คือการทำให้นโยบายจากส่วนกลางลงสู่การปฏิบัติที่สร้างคุณภาพชีวิต รายได้ และความยั่งยืนให้กับคนภูเก็ตและชุมชนทั่วประเทศ