เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569 ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร มีการรับเรื่องกรณีทารกถูกตัดนิ้วจากความผิดพลาดระหว่างการให้บริการที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา ครอบครัวผู้เสียหายเดินทางเข้าพบผู้บริหารสาธารณสุขจังหวัดเพื่อติดตามมาตรการเยียวยาและสิทธิพื้นฐานของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบและเยียวยาตามหลักประกันสุขภาพ
นายแพทย์ปฐมพงศ์ ปรุโปร่ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าทางโรงพยาบาลได้เร่งส่งตัวทารกไปผ่าตัดต่อเชื่อมนิ้วที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี โดยแพทย์เฉพาะทางดำเนินการจนสำเร็จ เบื้องต้นระบุว่าการไหลเวียนของเลือดและสภาพบาดแผลมีการฟื้นตัวดีขึ้น และให้ทารกพักฟื้นในห้องพิเศษ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้แจ้งว่าทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และผู้เสียหายจะได้รับสิทธิการเยียวยาตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 รวมทั้งมีการประสานทีมไกล่เกลี่ยเพื่อพิจารณาช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในระหว่างที่ผู้ปกครองต้องหยุดงานมาเฝ้าไข้
การดำเนินการทางวินัยและสอบสวนข้อเท็จจริง
ผู้ช่วยพยาบาลที่เกี่ยวข้องถูกสั่งให้พักงานทันทีระหว่างการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าคณะกรรมการจะสรุปผลภายในประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อนำไปสู่การดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจภูธรเลิงนกทาได้รับแจ้งความไว้แล้วแต่ยังไม่ได้สอบปากคำฝ่ายผู้เสียหายโดยเป็นการชะลอไว้เนื่องจากผู้ปกครองยังต้องดูแลทารกที่โรงพยาบาล หากการสอบปากคำเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหาตามกฎหมาย
คำขอบคุณและความรู้สึกของฝ่ายผู้เสียหาย
ผู้เป็นบิดาของทารก มาที่สำนักงานสาธารณสุขเพื่อรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและการเยียวยา เขาแสดงความเห็นต่อการดูแลรักษาว่าเป็นการรับฟังข้อมูลและรู้สึกพอใจในขั้นต้น แต่ยังไม่เรียกร้องค่าเยียวยาเพิ่มเติมจนกว่าจะเห็นการฟื้นตัวของบุตรชายเป็นที่น่าพอใจ
"รู้สึกพอใจในระดับหนึ่ง"
ข้อกำชับและมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
หน่วยงานสาธารณสุขได้กำชับให้โรงพยาบาลทุกแห่งในสังกัดทบทวนแนวปฏิบัติการให้บริการ ปรับปรุงการสื่อสารระหว่างบุคลากรกับผู้ป่วย รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังในขั้นตอนการรักษาและการใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันอีก
- พักงานผู้ช่วยพยาบาลที่เกี่ยวข้องระหว่างการสอบสวน
- ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 2 สัปดาห์
- เยียวยาค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 41
- ประสานทีมไกล่เกลี่ยเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น
ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและแนวทางต่อไป
เหตุการณ์ความผิดพลาดทางการแพทย์ที่ทำให้เกิดบาดแผลร้ายแรงต่อทารก ย่อมส่งผลสะเทือนต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบบริการสาธารณสุขชนบท การเร่งรัดการสอบสวน การชดใช้ค่าเสียหายที่เหมาะสม และการทบทวนมาตรการป้องกันภายในสถานพยาบาลจึงเป็นเรื่องที่ประชาชนในพื้นที่ติดตามอย่างใกล้ชิด
ในช่วงต่อจากนี้ หน่วยงานสาธารณสุขและโรงพยาบาลต้องเร่งสื่อสารความคืบหน้าให้ชัดเจนทั้งด้านการดูแลผู้ป่วย การลงโทษตามวินัย และการแก้ไขกระบวนการทำงาน เพื่อคืนความเชื่อมั่นและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ป่วยรายอื่น