สิ่งแวดล้อม อำเภอเมืองยโสธร ยโสธร (29)

ระดับน้ำลำน้ำยังลดเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ความเสียหายต่อพื้นที่นาข้าวยังหนัก

การระบายน้ำจากเขื่อนยโสธร-พนมไพรช่วยลดระดับน้ำในลำน้ำยังจนกลับสู่สภาพปกติ แต่พื้นที่นาข้าวใน ต.เดิด อ.เมือง จ.ยโสธร ได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะข้าวที่กำลังรอเก็บเกี่ยวและข้าวนาปีที่เพิ่งหว่าน

ระดับน้ำลำน้ำยังลดเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ความเสียหายต่อพื้นที่นาข้าวยังหนัก
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

ยโสธร — หลังเกิดฝนตกหนักร่วมกับมวลน้ำจากต้นน้ำฝั่งเหนือที่ไหลลงมาสมทบ ทำให้ลำน้ำยังเอ่อล้นตลิ่งจนท่วมพื้นที่การเกษตรหลายท้องที่ในพื้นที่อำเภอเมือง โดยเฉพาะบริเวณบ้านใหม่ชุมพร ตำบลเดิด สถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ระดับน้ำที่ท่วมพื้นที่นาข้าวลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังไม่สามารถพลิกฟื้นผลผลิตการเกษตรที่ได้รับความเสียหายได้ทันที

ภาพรวมสถานการณ์และมาตรการระบาย

ปริมาณน้ำที่ไหลมาสมทบเกิดจากฝนตกหนักช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นสิงหาคม และมวลน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำในจังหวัดกาฬสินธุ์และเทือกเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นต้นน้ำลำน้ำยัง ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นจนไหลเข้าท่วมที่นาฝั่งสองข้างลำน้ำเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เพิ่มความพยายามระบายน้ำจากเขื่อนยโสธร-พนมไพรลงสู่ท้ายแม่น้ำชีอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความรุนแรงของน้ำท่วมในลุ่มน้ำยังและลดความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูก

ผลกระทบต่อการเกษตร

ผลกระทบสำคัญมุ่งไปที่พื้นที่นาข้าวโดยตรง โดยพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นข้าวนาปรังรอการเก็บเกี่ยวรอบสอง ขณะที่อีกส่วนเป็นข้าวนาปีที่เพิ่งหว่านก่อนหน้านั้นไม่กี่สัปดาห์ ทำให้ต้นข้าวเน่าเสียหายและตายเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรและอาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานข้าวระดับท้องถิ่น

  • พื้นที่นาข้าวในบ้านใหม่ชุมพร ต.เดิด ถูกน้ำท่วมยาวนานกว่า 2 สัปดาห์
  • มีทั้งข้าวนาปรังที่รอเก็บเกี่ยวและข้าวนาปีที่เพิ่งหว่านได้รับความเสียหาย
  • การระบายน้ำจากเขื่อนช่วยลดระดับน้ำได้บางส่วน แต่ไม่สามารถฟื้นผลผลิตที่เน่าเสียไปแล้ว

ตัวเลขสำคัญด้านการจัดการน้ำ

ข้อมูลจากเขื่อนยโสธร-พนมไพรในเช้าวันดังกล่าว ระบุระดับน้ำและการระบายดังนี้

รายการ ค่าที่บันทึก
ปริมาณน้ำหน้าเขื่อน 123.34 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง (เพิ่มขึ้น 78 เซนติเมตร)
ปริมาณน้ำท้ายเขื่อน 119.80 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง (ลดลง 123 เซนติเมตร)
บานประตูที่เปิด 8 บาน ยกสูงบานละ 40 เซนติเมตร
ความจุเขื่อน 8.46 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 66.769% ของความจุ
ปริมาณน้ำไหลผ่าน 233.350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 20.161 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

การประเมินสถานการณ์และข้อควรระวัง

แม้ระดับน้ำในลำน้ำยังจะลดลงแล้ว แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมยังคงอยู่ เกษตรกรต้องเผชิญกับความสูญเสียของผลผลิตที่ไม่สามารถกู้คืนได้ทันฤดูกาล ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำยังเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมซ้ำหากมีฝนตกหนักหรือมวลน้ำจากต้นน้ำเพิ่มขึ้นอีก

ผู้ที่อาศัยหรือทำกินบริเวณแนวตลิ่งควรติดตามประกาศจากหน่วยงานชลประทานและป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแจ้งเตือนระดับน้ำและแผนการระบายน้ำจากฝายหรือเขื่อน

ปัญหาระยะยาวและการเตรียมการ

เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นความเปราะบางของพื้นที่การเกษตรลุ่มน้ำต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำ ทั้งจากฝนตกหนักในท้องถิ่นและมวลน้ำจากต้นน้ำ การวางแผนบริหารจัดการน้ำที่บูรณาการ รวมถึงการจัดที่ดินเพาะปลูกในพื้นที่เสี่ยง และการส่งเสริมมาตรการลดความเสี่ยง เช่น การใช้พันธุ์ข้าวต้านทานน้ำท่วมหรือการประกันภัยพืชผล อาจช่วยลดผลกระทบในระยะยาว

สถานการณ์จะยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดทั้งการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำชีและการดำเนินการของเขื่อนยโสธร-พนมไพร เพื่อประเมินแนวโน้มความเสี่ยงและการฟื้นฟูพื้นที่เกษตรที่ได้รับผลกระทบ

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

29ยโสธร

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ยโสธร ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว