เวลา 10.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร สภาได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) และมีมติตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559
ข้อร้องเรียนและการนำเข้าสู่ที่ประชุม
ที่ประชุมในวาระใหม่ซึ่งประธานสภาส่งขึ้นพิจารณา มีเนื้อหาจากคำร้องของประชาชนและสมาชิกสภาบางคน โดยหลักเป็นการกล่าวหาเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนนแทนสมาชิกคนอื่นในการประชุมสภาครั้งหนึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานครตรวจสอบขั้นต้นแล้วเห็นว่าข้อความร้องเรียนเข้าข่ายข้อบังคับว่าด้วยการรับเรื่องร้องเรียนและวิธีการพิจารณา จึงได้นำเรื่องเสนอให้สภาตั้งคณะกรรมการเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไป
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่ตั้งขึ้น
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยมีสมาชิกสภาที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการสามคน ได้แก่
- สุชัย
- อัมรินทร์
- สุรจิตต์
การแต่งตั้งมีขึ้นภายใต้กรอบข้อบังคับด้านจรรยาบรรณของ สก. เพื่อให้คณะกรรมการชุดนี้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบคำให้การ และสรุปข้อเท็จจริงตามขั้นตอนที่กฎหมายและข้อบังคับกำหนด
สาระสำคัญของข้อกล่าวหา
คำร้องที่นำมาสู่การพิจารณาระบุว่ามีการออกเสียงแทนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครผู้อื่นในการพิจารณาวาระหนึ่งในที่ประชุมเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นการลงมติร่างข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานครฉบับหนึ่ง ทั้งนี้มีการยื่นคำร้องจากทั้งบุคคลภายนอกและสมาชิกสภาบางคนที่เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรม
ผู้ยื่นคำร้องและแนวทางพิจารณา
ในจำนวนผู้ร้องเรียนมีทั้งรายบุคคลที่เป็นประชาชนทั่วไปและสมาชิกร่วมสภา โดยสำนักงานเลขานุการระบุว่าการยื่นเรื่องเป็นไปตามข้อกำหนดของระเบียบว่าด้วยการรับเรื่องร้องเรียน ทั้งยังมีการอ้างถึงหมวดหมู่ข้อบังคับหลายข้อที่อาจถูกละเมิด ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนจะมีการพิจารณาขั้นต่อไป
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันที่นำเรื่องเข้าสภา | 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 |
| เหตุการณ์ที่ถูกร้อง | การออกเสียงแทนสมาชิกผู้อื่นในการประชุมเมื่อ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 |
| คณะกรรมการสอบ | สุชัย, อัมรินทร์, สุรจิตต์ |
ผลกระทบเชิงนโยบายและความโปร่งใส
การตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในครั้งนี้มีความสำคัญต่อการรักษามาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประชาชนในกรุงเทพมหานคร หากพบว่ามีการฝ่าฝืนจริงจะต้องมีการดำเนินการตามมาตรการวินัยและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันกระบวนการสอบสวนควรดำเนินไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นไปตามหลักสิทธิของผู้ถูกร้อง เพื่อคงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสภาท้องถิ่น
ขั้นตอนต่อไปที่สังคมควรติดตาม
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เรียกสอบผู้เกี่ยวข้อง และจัดทำรายงานผลการสอบสวนเสนอให้สภาพิจารณาตามข้อบังคับ โดยประชาชนสามารถติดตามผลการดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าขั้นตอนทั้งหมดเป็นธรรมและรัดกุม นอกจากนี้การทบทวนข้อบังคับและมาตรการป้องกันการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความไม่ชอบด้วยกฎหมายในการประชุมสภาอาจเป็นเรื่องที่ควรนำมาพิจารณาปรับปรุง
การดำเนินการครั้งนี้สะท้อนความพยายามของสภากรุงเทพมหานครในการจัดการกับข้อร้องเรียนที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของหน่วยงานท้องถิ่น โดยที่ประชาชนและสื่อมวลชนยังคงมีบทบาทสำคัญในการติดตามความโปร่งใสของขั้นตอนต่อไป