การจัดประมูลสัมปทานรังนกอีแอ่นของจังหวัดพัทลุงที่กำหนดราคากลางไว้ที่ 500 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ไม่ประสบความสำเร็จจากการที่ไม่มีเอกชนเข้าซื้อซองและยื่นซองเสนอราคา ทำให้การเปิดประมูลครั้งแรกต้องยุติและคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นต้องประกาศเปิดประมูลครั้งที่ 2 โดยใช้วิธีคัดเลือก
รายละเอียดการประมูลที่เกิดขึ้น
การจำหน่ายซองประกวดราคาครั้งแรกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม ถึง 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ กองคลัง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง โดยกำหนดให้เปิดซองประกวดราคาวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569 แต่ผลปรากฏว่าไม่มีบริษัทเข้าซื้อซองและยื่นข้อเสนอ จนกระทั่งคณะกรรมการต้องส่งหนังสือเชิญบริษัทต่าง ๆ ให้เข้ารับเอกสารสำหรับการประมูลครั้งที่ 2 ซึ่งยังคงกำหนดราคากลางไว้เท่าเดิม
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสัมปทานรอบก่อนหน้านี้สิ้นสุดลง เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 บริษัท สยามเนสท์ 2022 จำกัด ผู้ได้รับสัมปทานในวงเงิน 400 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี เดิมได้ส่งมอบพื้นที่และอาคารที่ใช้จัดเก็บรังนกคืนให้คณะกรรมการ โดยสภาพอาคารและถ้ำรังนกที่ตรวจพบยังคงเรียบร้อยและสามารถใช้งานได้
ปัจจัยกดดันราคาตลาดและความไม่แน่นอนของผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ระบุว่าราคาตลาดรังนกบ้านร่วงปรับตัวลดลงเหลือเพียง 6,000–7,000 บาท/กิโลกรัม หลังจากที่รังนกจากอินโดนีเซียซึ่งถูกจีนระงับนำเข้าได้ไหลเข้ามาในตลาดอาเซียน ส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านราคาและความสามารถในการแข่งขันของรังนกจากประเทศไทย
- ราคากลางที่กำหนดสำหรับการประมูล: 500 ล้านบาท
- ราคาสัมปทานเดิมของบริษัท สยามเนสท์ 2022 จำกัด: 400 ล้านบาท
- ราคาตลาดรังนกบ้านร่วงปัจจุบัน: 6,000–7,000 บาท/กก.
มาตรการที่ทางการดำเนินการหลังสิ้นสัญญา
นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น ประสานกำลังเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานเพื่อเข้าดูแลพื้นที่หมู่เกาะรังนกหลังสิ้นสัญญาสัมปทาน ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง โดยย้ำให้ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่เพื่อคุ้มครองทรัพยากรและอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บรังนกต่อไป
ผลกระทบต่อการส่งออกและข้อเรียกร้องจากผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการในพื้นที่เรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปลดล็อกกฎหมายอาคารหรือกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เพื่อเปิดช่องทางการส่งออกไปยังตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักของรังนก แต่ในรายงานยังไม่มีการระบุรายละเอียดของกฎระเบียบที่ต้องปรับแก้หรือแผนการดำเนินการของภาครัฐในการเจรจาเปิดตลาด
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ราคากลางการประมูล | 500 ล้านบาท / ระยะเวลา 5 ปี |
| ผู้ได้รับสัมปทานรอบก่อน | บริษัท สยามเนสท์ 2022 จำกัด วงเงิน 400 ล้านบาท (สิ้นสุด 8 ก.ย. 2569) |
| สถานะการเปิดประมูล | รอบแรกไม่มีผู้ยื่นซอง ประกาศวิธีคัดเลือกครั้งที่ 2 ยังไม่พบผู้เสนอราคา |
| ราคาตลาดรังนกบ้านร่วง | 6,000–7,000 บาท/กก. |
ปัญหาเชิงนโยบายที่ต้องเร่งพิจารณา
กรณีนี้ชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่างความคาดหวังของภาครัฐในการจัดเก็บรายได้จากสัมปทานกับความเป็นจริงในตลาด ทั้งเรื่องราคากลางที่ตั้งไว้สูงกว่าความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการ และความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายการนำเข้าของประเทศผู้ซื้อหลัก
หากปัญหาเหล่านี้ไม่ถูกแก้ไข อาจส่งผลให้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นแหล่งรายได้ของชุมชนประสบปัญหา ทั้งในด้านคุณค่าทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ ซึ่งจำเป็นต้องมีการประเมินต้นทุน-ผลประโยชน์ที่ชัดเจนและการหารือร่วมกับผู้ประกอบการท้องถิ่น
เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการจังหวัดอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการต่อไปทั้งในด้านการเปิดประมูลด้วยวิธีคัดเลือก การเชิญชวนผู้ประกอบการ และการประสานงานกับหน่วยงานกลางเพื่อพิจารณาปรับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง