วันนี้ (8 กันยายน พ.ศ. 2569) สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ตำบลควนขนุน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าจังหวัดพัทลุง เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย และเจ้าหน้าที่ทหารช่างที่ 401 กองพลพัฒนา 4 ร่วมกันลงพื้นที่ด้วยเรือหางยาวเพื่อดับเพลิง หลังจากพบมีการลักลอบเผาในบริเวณป่าพรุซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนและภัยแล้งต่อเนื่อง
สภาพพื้นที่และความเสี่ยงต่อการลุกลาม
แหล่งข่าวระบุว่าพื้นที่โดยรอบเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยมีความแห้งแล้งจนหญ้าและต้นเสม็ดแห้งง่าย ส่งผลให้การลุกไหม้ขยายตัวได้รวดเร็ว โดยพื้นที่ทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบอยู่ในเขตกว่า เกือบ 300,000 ไร่ ซึ่งรวมถึงป่าพรุรอบทะเลน้อยฝั่งตะวันออก และป่าพรุควนขี้เสียนซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่แรมซาร์ (Ramsar)
การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่
ชุดดับไฟที่ปฏิบัติหน้าที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กว่า 40 นาย ซึ่งต้องใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการเข้าถึงบริเวณที่เกิดไฟ เนื่องจากเป็นพื้นที่พรุและมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงด้วยยานพาหนะปกติ เจ้าหน้าที่รายงานว่าสามารถควบคุมเพลิงบริเวณจุดที่เกิดขึ้นไว้ได้แล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนแห้งและมีกระแสลมแรง อาจทำให้เกิดการเผาเพิ่มหรือลุกลามไปยังพื้นที่อนุรักษ์ใกล้เคียงได้
- พื้นที่ได้รับผลกระทบ: เกือบ 300,000 ไร่ (บริเวณพรุทะเลน้อย)
- กำลังเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่: มากกว่า 40 นาย
- จุดที่ต้องเฝ้าระวังเพิ่มเติม: ป่าพรุรอบทะเลน้อยฝั่งตะวันออก และป่าพรุควนขี้เสียน (พื้นที่แรมซาร์)
ผลกระทบต่อทรัพยากรและการอนุรักษ์
ป่าพรุทะเลน้อยเป็นระบบนิเวศที่มีความสำคัญทางชีวภาพและเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและนกหลายชนิด การเกิดไฟป่าท่ามกลางภัยแล้งไม่เพียงทำลายพืชพรรณและถ่านไม้เท่านั้น แต่ยังอาจทำให้ระบบนิเวศในบริเวณแรมซาร์เสื่อมลง ส่งผลระยะยาวต่อความหลากหลายทางชีวภาพและความสมบูรณ์ของแหล่งอาหารสำหรับชุมชนที่อาศัยรอบพื้นที่
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ | เกือบ 300,000 ไร่ |
| กำลังเจ้าหน้าที่ที่เข้าดับไฟ | กว่า 40 นาย |
| พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ | ป่าพรุรอบทะเลน้อยฝั่งตะวันออก, ป่าพรุควนขี้เสียน (แรมซาร์) |
นอกจากความเสี่ยงทางนิเวศแล้ว การลักลอบเผาป่ายังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น หากเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำซ้อน อาจส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนของประชาชนในพื้นที่
แนวทางการป้องกันและเฝ้าระวัง
เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานระบุว่าจำเป็นต้องเพิ่มการลาดตระเวนและการเฝ้าระวังพื้นที่โดยเฉพาะจุดเสี่ยงในช่วงสภาพอากาศแห้งแล้ง พร้อมทั้งร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนเพื่อสกัดกั้นการลักลอบเผา ทั้งนี้ การให้ความรู้และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันไฟป่าเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว
สถานการณ์ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมสลับผลัดกำลังเข้าเฝ้าระวังและเข้าดับไฟทันทีเมื่อพบประกายเพลิง เพื่อป้องกันการขยายตัวของไฟที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่อนุรักษ์และชุมชนรอบทะเลน้อย