เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างการทวงหนี้จนบานปลายในชุมชนประดู่หอม หน้าโรงเรียนอนุบาลพัทลุง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง โดยมีผู้ถูกแทงได้รับบาดเจ็บหลายแผล ขณะที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุงสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ทันควันเพื่อสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป
เหตุการณ์และการจับกุม
เมื่อวันที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง ระบุว่าเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทภายในชุมชนประดู่หอม ซึ่งเป็นย่านการค้าเล็กๆ ใกล้กับโรงเรียนอนุบาลพัทลุง เจ้าหน้าที่พบผู้ได้รับบาดเจ็บและให้การปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาล ส่วนผู้ก่อเหตุถูกควบคุมตัวที่เกิดเหตุทันที
ผู้เกี่ยวข้องและการบาดเจ็บ
ฝ่ายผู้ก่อเหตุระบุชื่อในเบื้องต้นว่าเป็น นายราชัน อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นสามีของแม่ค้าที่ถูกทวงหนี้ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นายปรีชา อายุ 46 ปี มีบาดแผลจากการถูกแทงบริเวณชายโครงด้านซ้าย 2 แผล ใต้ลำคอ 1 แผล และใต้ราวนมด้านขวา 1 แผล เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล โดยผู้บาดเจ็บยังมีสติและพูดคุยรู้เรื่อง
| ฝ่าย | ชื่อ (อายุ) | สถานะ/บาดเจ็บ |
|---|---|---|
| ผู้ก่อเหตุ | นายราชัน (45 ปี) | ถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจเพื่อสอบสวน |
| ผู้ได้รับบาดเจ็บ | นายปรีชา (46 ปี) | ถูกแทง มีแผลหลายแห่ง รับการรักษาที่โรงพยาบาล |
ปมเหตุและคำให้การ
จากการสอบสวนและคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง ทราบว่าจุดเริ่มต้นมาจากการทวงหนี้ที่ร้านขายเสื้อของภรรยาผู้ก่อเหตุ ผู้เสียหายเข้ามาทวงหนี้และมีการใช้ถ้อยคำหยาบคายรวมทั้งด่าบุพการีของแม่ค้าต่อหน้าลูกค้า ทำให้เกิดการโต้เถียงอย่างรุนแรง
"นายปรีชาได้เดินเข้ามาที่ร้านของภรรยา แล้วก็ด่าบุพการี โวยวายทวงหนี้... ก่อนจะวิ่งไปหยิบมีดอีโต้จากร้านชำข้าง ๆ แล้วขว้างเข้ามาในร้าน"
ผู้ก่อเหตุให้การว่าในขณะเกิดความวุ่นวาย นายปรีชาดึงมีดอีโต้จากร้านใกล้เคียงมาขว้างใส่ร้าน แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากการขว้างนั้น ทำให้ตนเกิดความโกรธและใช้อาวุธมีดสั้นแทงตอบโต้
นางปรียานุช ภรรยาผู้ก่อเหตุให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า "สองปีก่อนตนเคยยืมเงิน 5,000 บาท และได้จ่ายดอกเบี้ยมาเป็นระยะจนรวมเป็นเกือบ 20,000 บาท" ก่อนเกิดการทวงหนี้และปากเสียงในครั้งนี้
การดำเนินคดีและผลกระทบต่อชุมชน
ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนที่โรงพัก พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งจะพิจารณาข้อหาทำร้ายร่างกายและพกพาอาวุธในที่สาธารณะตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป เหตุการณ์เกิดขึ้นในย่านชุมชนใกล้โรงเรียนจึงสร้างความหวั่นวิตกให้กับประชาชนในพื้นที่
- ชาวบ้านร้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เมื่อเหตุใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นใกล้โรงเรียน
- ตำรวจย้ำเตือนให้หาทางระงับข้อพิพาทด้วยกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช้ความรุนแรง
- ผู้ที่ถูกทวงหนี้และผู้ให้กู้ควรนำข้อพิพาทสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากไม่สามารถตกลงกันได้
เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาความขัดแย้งจากการกู้ยืมเงินในชุมชน ซึ่งอาจลุกลามเป็นความรุนแรงได้ หากไม่ได้รับการจัดการที่เหมาะสม ทั้งในด้านการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และการดูแลความปลอดภัยของพื้นที่สาธารณะโดยเฉพาะบริเวณที่มีเด็กและผู้สูงอายุ สถานีตำรวจท้องที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องติดตามสอบสวนและแจ้งผลการดำเนินคดีต่อสาธารณะเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีและการรักษาพยาบาลของผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป