เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาติงการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีการเผยแพร่ชื่อ ส.ส.ของพรรคที่เกี่ยวข้องกับการชี้แจงเส้นทางการเงินของนิติบุคคลและการจัดตั้งสำนักงานกฎหมาย ซึ่งปรากฏข้อมูลว่ามีลักษณะการเข้าไปถือหุ้นหรือเป็นกรรมการผู้มีอำนาจในบริษัทที่จดทะเบียนกว่า 28 บริษัท โดยมองว่าการปล่อยชื่อออกมาต่อสาธารณะเสมือนเป็นการชี้ว่า ส.ส.ได้กระทำความผิดแล้ว
พรรคขอความเป็นธรรมและคัดค้านการเปิดเผยข้อมูลก่อนการดำเนินคดี
นายกรุณพลกล่าวว่า พรรคพร้อมให้การตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐตามกฎหมายและเชื่อว่าการตรวจสอบที่บริสุทธิ์ย่อมเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องและชี้แจงความบริสุทธิ์ให้ประชาชนทราบ อย่างไรก็ตามความกังวลอยู่ที่สื่อมวลชนได้รับข่าวว่า ดีเอสไอไม่ได้ออกหมายเรียกแต่กลับมีการเผยแพร่ชื่อ ส.ส.ของพรรคออกมา ทำให้สังคมอาจชี้นำไปในทางว่าเป็นผู้ต้องหา ทั้งที่ยังไม่ได้ถูกดำเนินคดี
"เราเชื่อว่าการตรวจสอบจากภาครัฐโดยบริสุทธิ์เที่ยงธรรมจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีให้กับ ส.ส.และเปิดเผยความบริสุทธิ์ให้กับประชาชนได้ทราบโดยทั่วกัน"
นายกรุณพลชี้ว่า พรรคประสบปัญหาลักษณะนี้หลายครั้ง และขอวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรักษาความลับหรือให้เกียรติกับบุคคลที่ยังไม่ได้ถูกดำเนินคดี ไม่ควรนำชื่อหรือแหล่งข้อมูลออกมาจนทำให้สังคมชี้นำว่าเป็นผู้ต้องหา
บัญชีทรัพย์สินเป็นเรื่องส่วนบุคคล พรรคจำกัดขอบเขตในการตรวจสอบ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีข้อมูลเกี่ยวกับ 28 บริษัท ที่ระบุว่าส.ส.ถือครองแต่ไม่ได้เปิดเผยต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้น นายกรุณพลระบุว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นหน้าที่ของเจ้าตัว พรรคไม่สามารถทราบรายละเอียดทรัพย์สินของ ส.ส. ทั้งร้อยกว่าคนในพรรคได้ หากมีข้อร้องเรียนหรือข้อสังเกตจากหน่วยงานภาครัฐ พรรคจะเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยและดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย
- พรรคเปิดรับการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐที่ปฏิบัติอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม
- พรรคขอให้หน่วยงานรัฐรักษาความลับของบุคคลที่ยังไม่ได้ถูกดำเนินคดี
- การยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นความรับผิดชอบของเจ้าตัว ไม่ใช่ของพรรคโดยตรง
เรื่องนี้มีนัยต่อนักการเมืองท้องถิ่นและความเชื่อมั่นของประชาชนในจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะเมื่อตัวแทนจากพื้นที่ถูกเชื่อมโยงกับประเด็นการถือหุ้นในหลายบริษัท การสื่อสารจากหน่วยงานรัฐและสื่อมวลชนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความชัดเจน หากการเปิดเผยข้อมูลเกิดขึ้นก่อนขั้นตอนทางกฎหมาย จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของผู้ถูกกล่าวหาและอาจทำให้การตรวจสอบที่ควรเป็นไปอย่างเป็นธรรมบิดเบือนได้
| ประเด็น | ข้อมูลจากแหล่งข่าว |
|---|---|
| วันที่อ้างถึง | 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 |
| จำนวนบริษัทที่ถูกกล่าวถึง | กว่า 28 บริษัท |
| จำนวนสมาชิกพรรคที่อาจเกี่ยวข้อง | ร้อยกว่าคน (สมาชิกในพรรคโดยรวม) |
ในมุมมองของประชาชนภูเก็ต ผู้สื่อข่าวเห็นว่ากระบวนการสืบสวนสอบสวนและการสื่อสารข้อมูลสาธารณะควรเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความยุติธรรมและความโปร่งใสสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทำร้ายสิทธิของผู้ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ความผิด ทั้งนี้ต้องติดตามการดำเนินการของดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
รายงานจากพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ฉบับนี้ให้ความสำคัญทั้งด้านความเป็นธรรมทางกฎหมายและผลกระทบต่อภาพลักษณ์ตัวแทนราษฎร รวมถึงการรับรู้ของชุมชนที่ต้องการความชัดเจนและความน่าเชื่อถือจากทั้งหน่วยงานรัฐและสื่อมวลชน