เมื่อวันที่ 29 กันยายน ผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนได้ลงพื้นที่จังหวัด นนทบุรี เพื่อตรวจสอบสภาพระบบระบายน้ำบริเวณประตูระบายน้ำคลองบางตลาด และติดตามการเตรียมความพร้อมรับมวลน้ำจากภาคเหนือที่คาดว่าจะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงต่อไป
สภาพคลองตื้นเขิน-ขยะและวัชพืชเป็นอุปสรรค
การตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมชลประทานชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีการเดินเครื่องสูบน้ำเต็มศักยภาพ แต่กระบวนการลำเลียงน้ำมายังประตูระบายน้ำช้ากว่าที่ควรเนื่องจากมี ตะกอนดินเลน วัชพืช และขยะอุดตันทำให้คลองมีสภาพตื้นเขิน ส่งผลให้การระบายน้ำจากพื้นที่ชุมชนและพื้นที่อุตสาหกรรมในนนทบุรีลดลงอย่างล่าช้า
จากการสอบถาม เทศบาลนครปากเกร็ดชี้แจงว่าไม่สามารถดำเนินการขุดลอกได้ทันที เนื่องจากความกังวลเรื่องการพังทลายของตลิ่ง และข้อจำกัดด้านระเบียบเกี่ยวกับการจัดการดินที่ขุดลอกซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้การดำเนินการล่าช้ากว่าที่ควร
ข้อเรียกร้องให้เร่งเคลียร์สิ่งกีดขวางภายใน 3 วัน
"ภารกิจสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว"
คำกล่าวของหัวหน้าพรรคสะท้อนความเร่งด่วนของสถานการณ์ โดยได้เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเร่งลงพื้นที่กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำภายใน 3 วัน ก่อนที่มวลน้ำเหนือจะเคลื่อนมาถึง พร้อมฝากให้ผู้บริหารระดับประเทศให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่เผชิญน้ำท่วม
- ตรวจสอบประตูระบายน้ำคลองบางตลาดโดยกรมชลประทาน
- พบปัญหาตื้นเขินจากตะกอนดินเลน วัชพืช และขยะ
- เทศบาลอ้างข้อจำกัดเรื่องการขุดลอกเกี่ยวกับตลิ่งและการจัดการดิน
- เรียกร้องให้เคลียร์สิ่งกีดขวางภายใน 3 วันก่อนมวลน้ำเหนือมาถึง
การช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ชุมชน
ระหว่างการลงพื้นที่ หัวหน้าพรรคและทีมงานร่วมกับ ส.ส.นนทบุรี พร้อมด้วยกำลังพลจากกองทัพบก ได้กระจายกำลังลงแจกจ่ายอาหารให้กับประชาชนในชุมชนที่อยู่ลึกในพื้นที่และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจด้านมนุษยธรรมควบคู่การติดตามสถานการณ์น้ำ
| หัวข้อ | ข้อมูลสำคัญ |
|---|---|
| วันที่ลงพื้นที่ | 29 กันยายน |
| พื้นที่ตรวจสอบ | ประตูระบายน้ำคลองบางตลาด |
| อุปสรรคหลัก | ตะกอนดินเลน วัชพืช ขยะ และตื้นเขินของคลอง |
| คำเรียกร้อง | เคลียร์สิ่งกีดขวางภายใน 3 วัน |
ผู้ลงพื้นที่ยังได้ฝากความห่วงใยถึงจังหวัดอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญกับมวลน้ำและน้ำทะเลหนุน เช่น พระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี ปราจีนบุรี นครนายก ชลบุรี จันทบุรี และสมุทรปราการ โดยชี้ว่าหลายพื้นที่อาจมีสถานการณ์หนักหน่วงและต้องการการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน
สำหรับชาวนนทบุรี ข่าวนี้ชี้ให้เห็นความสำคัญของการบูรณาการหน่วยงานท้องถิ่น กรมชลประทาน เทศบาล และหน่วยทหาร เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดความเสียหายจากน้ำท่วมขัง หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการลอกคลองและเคลียร์ทางน้ำได้ตามที่เรียกร้อง ความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือการท่วมขังระยะยาวจะลดลง
ในระยะถัดไป ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นและกรมชลประทานเพื่อรับข้อมูลการเตือนภัยและแนวทางการปฏิบัติ ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งประสานเพื่อแก้ไขเงื่อนไขทางระเบียบและปัญหาเชิงเทคนิคที่เป็นอุปสรรคต่อการขุดลอกและการจัดการดินที่ขุดออกมา
บทสรุปคือ สถานการณ์ที่ตรวจพบที่คลองบางตลาดเป็นเครื่องเตือนว่าเวลาการเตรียมการมีความสำคัญยิ่ง และการร่วมมือของทุกฝ่ายจะเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันผลกระทบจากมวลน้ำเหนือต่อชุมชนในจังหวัดนนทบุรี